สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขยายวงกว้างจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นทั้งจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาและฝนที่ตกต่อเนื่องเข้าสู่วันที่สาม ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทางการรายงานยอดผู้ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น20,173 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ 95 ตำบล 479 หมู่บ้าน 20 ชุมชน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ภาพรวมสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยง
ปัญหาที่ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาจากการแจ้งการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้บางพื้นที่ริมตลิ่งน้ำล้นขึ้นและเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โดยอำเภอที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ได้แก่ เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางปะหัน ส่วนผู้เสียชีวิตได้รับรายงานเกิดขึ้นในอำเภอเสนา
การป้องกันโบราณสถานและการจัดการพื้นที่มรดก
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพโบราณสถานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำและลำคลองเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งติดตั้งแนวป้องกันและเสริมคันชั่วคราวในจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่อนุรักษ์ โดยเลือกจัดลำดับความสำคัญตามระดับความเสี่ยงของแต่ละจุด
"บริเวณวัดไชยวัฒนารามได้ติดตั้งแผงป้องกันน้ำท่วมเรียบร้อยแล้ว สามารถรองรับสถานการณ์น้ำจากการเพิ่มการระบายน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่ตกลงมาได้ โดยแผงป้องกันมีความสูงประมาณ 1.80 เมตร ขณะที่ปัจจุบันระดับน้ำล้นตลิ่งขึ้นมาประมาณ 10 เซนติเมตร แต่แนวป้องกันยังสามารถรองรับและป้องกันน้ำไม่ให้เข้าพื้นที่โบราณสถานได้"
นอกจากวัดไชยวัฒนารามแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ติดตั้งแนวป้องกันในบริเวณโบราณสถานสำคัญอื่น ๆ เพื่อจำกัดความเสียหาย ได้แก่
- วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
- วัดธรรมมาราม
- โบราณสถานบ้านโปรตุเกส
- วัดเชิงท่า
- ป้อมเพชร
การดำเนินการแบ่งตามความเสี่ยงโดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าตลิ่งและมีโอกาสถูกน้ำท่วมก่อน ในหลายจุดใช้ผ้าใบและกระสอบทรายเสริมคันชั่วคราวควบคู่กับการติดตั้งแผงกั้นน้ำเพื่อรับระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อน
ผลกระทบต่อชุมชนและการเดินทาง
ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนมีหลากหลาย ทั้งน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนบางสาย และการสูญเสียทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม รายงานจากอุทยานประวัติศาสตร์ระบุว่าแม้จะมีน้ำล้นตลิ่งในบางจุด แต่พื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยายังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
แนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชน
เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้แนะนำมาตรการเบื้องต้นดังนี้
- ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดหรืออบต. ในพื้นที่
- เตรียมเอกสารสำคัญ ย้ายสิ่งของมีค่าไปยังจุดสูง และเตรียมถุงยังชีพในกรณีต้องอพยพ
- หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะผ่านน้ำท่วมลึก และให้ความร่วมมือกับการปิดเส้นทางชั่วคราว
สถานการณ์ยังมีความผันผวนเนื่องจากปริมาณน้ำที่ได้รับการระบายจากต้นน้ำและฝนที่ตกต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเฝ้าติดตามการแจ้งเตือนจากกรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การรักษาและปกป้องโบราณสถานที่เป็นมรดกของชาติได้รับการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อจำกัดความเสียหาย และการท่องเที่ยวยังเปิดให้บริการแต่ผู้มาเยือนควรเตรียมพร้อมรับข้อมูลการเปลี่ยนแปลงทุกขณะ
ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดหรือสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเพื่อรับทราบแนวทางการช่วยเหลือในพื้นที่