เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2569 ที่รัฐสภา ตัวแทนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่และนายปุ้ย แสงนาค เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการระบายน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ปมข้อกล่าวหา: คาดการณ์ผิดพลาด-เตือนล่าช้า
ผู้ชุมนุมระบุว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์ผิดไป จากที่คาดหวังว่าจะเกิดภัยแล้งกลับพบว่ามีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของภาคกลาง จนน้ำในระบบเพิ่มขึ้นและมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็นหลัก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หนึ่งในประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาอย่างหนักคือการแจ้งเตือนที่ล่าช้าและไม่เพียงพอ ตัวอย่างที่ยกเป็นกรณีตัวอย่างคือบางพื้นที่ของจังหวัดที่น้ำขึ้นจนเกือบ 1 เมตร ทำให้ประชาชนไม่มีเวลาจัดการทรัพย์สินและการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ยังถูกตั้งคำถามต่อการสื่อสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การแจ้งการระบายน้ำจากกรมชลประทานว่าอยู่ในช่วง 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเริ่มระบายตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ก่อนหน้า แต่การแจ้งประชาชนกลับมาช่วงเย็น ทำให้ไม่ทันต่อการเตรียมตัว
ข้อเสนอของชาวบ้านและอดีต ส.ส.
ในคำเรียกร้อง ผู้แทนชาวอยุธยาระบุว่าควรมีการวางแผนระบายน้ำให้เข้าสู่ทุ่งรับน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งย้ำว่าการจัดการไม่ควรจำกัดอยู่แค่พื้นที่จังหวัดเดียว แต่ต้องประสานงานกับจังหวัดตอนบน เช่น สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวและรองรับน้ำได้ทันเวลา
“จะเยียวยา”
ผู้ชุมนุมยังยกคำพูดของผู้นำบางคนที่เคยให้สัญญาว่าจะมีการเยียวยา แต่เมื่อผ่านมาเป็นปี หลายครัวเรือนกลับเผชิญกับภาระหนี้สินจากความเสียหายต่อผลผลิตและทรัพย์สิน
- เรียกร้องให้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วัน
- ขอให้เร่งระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำและพื้นที่รองรับโดยทันที
- ต้องมีการประสานงานระหว่างจังหวัดต้นน้ำและปลายน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบ
ข้อมูลพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
| อำเภอ | สภาพน้ำ |
|---|---|
| บางบาล | ระดับน้ำใกล้ 1 เมตร |
| เสนา | ระดับน้ำใกล้ 1 เมตร |
ผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือถึง นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ในฐานะผู้แทนและกรรมาธิการที่รับผิดชอบ เพื่อขอให้บรรจุปัญหาและข้อเสนอของชาวบ้านเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ที่ประชุมมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้ารับหนังสือและรับฟังข้อเรียกร้อง
บริบทและผลกระทบเชิงสังคม
การระบายน้ำและการจัดการลุ่มน้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวพันกับชีวิตประชาชนรอบลุ่ม เจ้าหน้าที่ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ตอนบนและการลดผลกระทบต่อลุ่มน้ำตอนล่าง หากการสื่อสารไม่ชัดเจนและไม่ทันเวลา จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ผลผลิตการเกษตร และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐ
สำหรับพื้นที่ที่ยังเป็นทุ่งนา การชะลอการเก็บเกี่ยวหรือการถูกน้ำท่วมกระทันหันย่อมหมายถึงรายได้ที่สูญเสียและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ชาวบ้านออกมาเรียกร้องในวันนี้
แม้ผู้ชุมนุมจะยืนยันว่าต้องการสื่อสารปัญหาให้ผู้มีอำนาจรับทราบ มิใช่การยั่วยุทางการเมือง แต่ก็ฝากความคาดหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเรียกร้องไปพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อหามาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่ลดการสูญเสียและคืนความมั่นคงให้ชุมชน
จิรายุ ศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, WE NEWS