วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2569 ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทยของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งหมด 6 คน ออกแถลงยืนยันว่าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องและไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน แม้พื้นที่ได้รับผลกระทบจะยังจำกัดอยู่ในบางอำเภอ แต่การแก้ไขต้องทำทั้งเชิงบรรเทาและเชิงป้องกันระยะยาว
ปัญหาจำกัดพื้นที่ แต่ผลกระทบจริงจัง
ในการแถลง นายปะดิธ สังขจาย ระบุว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัด โดยเน้นที่เขต 5 ซึ่งครอบคลุมอำเภอผักไห่และอำเภอเสนา และบางพื้นที่ในเขต 1 ซึ่งรวมถึงอำเภอบางบาล ขณะที่ไม่ได้เกิดน้ำท่วมขยายวงไปทั่วทั้งจังหวัด การแถลงครั้งนี้มี ส.ส.อีก 5 คนร่วมด้วยเพื่อยืนยันการประสานงานและติดตามสถานการณ์ร่วมกัน
มาตรการช่วยเหลือที่ผลักดันแล้วและกำลังเดินหน้า
ตัวแทน ส.ส.ระบุว่าในช่วงที่ผ่านมา มีการผลักดันมาตรการเยียวยาที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัยครั้งก่อนจนรัฐบาลอนุมัติการจ่ายเงินช่วยเหลือในรอบแรกและมาตรการทดแทนรายได้ในรูปแบบงวดรายเดือน ทั้งนี้ ส.ส.จะเดินหน้าติดตามโครงการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบของน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
- การจ่ายเงินเยียวยา จำนวนที่เคยได้รับการอนุมัติในรอบแรก
- มาตรการช่วยเหลือรายเดือน ในรูปแบบการชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
- โครงการชลประทานและประตูกั้นน้ำ ที่อยู่ระหว่างการติดตามความคืบหน้า
โครงการสำคัญที่รอการแล้วเสร็จ
ในการชี้แจงยังมีการระบุถึงโครงการชลประทานและงานโครงสร้างที่คาดว่าจะช่วยบรรเทาปริมาณน้ำในพื้นที่หากแล้วเสร็จ ได้แก่
| โครงการ | รายละเอียดที่แจ้ง | ผลคาดหวัง |
|---|---|---|
| เจ้าพระยา 2 (บางบาล-บางไทร) | โครงการที่ใกล้ความเป็นจริงในขั้นตอนสุดท้าย | ช่วยระบายน้ำและควบคุมการไหลในลุ่มน้ำเจ้าพระยา |
| ประตูกั้นน้ำคลองโผงเผง | เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย | คาดว่าจะลดปริมาณน้ำในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 2 ปี |
| โครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย | โครงการเชิงยุทธศาสตร์ในงบประมาณปี พ.ศ.2570 | เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยระยะยาว |
มาตรการประกันภัยและกองทุนภัยพิบัติ
หนึ่งในนโยบายที่ ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยเน้นย้ำคือการผลักดันกองทุนภัยพิบัติและโครงการประกันภัยที่มีกำหนดจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2569 ซึ่งจะครอบคลุมการให้ความคุ้มครองแก่ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติหลายรูปแบบ
"โครงการกองทุนภัยพิบัติ...วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะทำประกันภัยสำหรับบ้านเรือนทุกหลังทั่วประเทศ เป็นนโยบายที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทุกชนิด"
คำประกาศนี้สะท้อนแนวทางการมองปัญหาเชิงระบบและความพยายามยกระดับการดูแลประชาชนในภาพรวม แต่การดำเนินงานและการจัดสรรงบประมาณจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
การระบายน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้น
กรมชลประทานปรับการระบายน้ำจากระดับเดิมประมาณ 490 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นราว 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่บางแห่งเพิ่มขึ้นกว่า 1 เมตรในระยะเวลา 2-3 วัน และส่งผลกระทบต่อประชาชนบางส่วน ซึ่ง ส.ส.ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน และรายงานว่าในบางพื้นที่ยังไม่พบปริมาณน้ำที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ข้อสังเกตและแนวทางติดตามต่อเนื่อง
การแถลงของ ส.ส.ครั้งนี้ชี้ให้เห็นความพยายามของผู้แทนราษฎรท้องถิ่นในการประสานงานกับหน่วยงานกลางและผลักดันโครงการพื้นฐานด้านน้ำ ทั้งโครงการเชิงวิศวกรรมและกลไกด้านการเงินเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน อย่างไรก็ดี ประชาชนยังต้องการความชัดเจนเรื่องความเร็วในการดำเนินงาน ขอบเขตการเยียวยา และการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ ส.ส.ระบุว่าจะตั้งกระทู้ถามต่อรัฐมนตรีว่าการนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งรัดให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรมในวันถัดไป
เหตุการณ์นี้เป็นอีกบททดสอบของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งแผ่นดินอยุธยามีบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับน้ำและการจัดการน้ำมายาวนาน การผนวกทั้งมาตรการชั่วคราวและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวจึงเป็นความจำเป็นเพื่อไม่ให้ความเสียหายซ้ำรอยเดิมเกิดขึ้นอีกในอนาคต