เรือหายกลางทะเล ญาติเร่งขอความช่วยเหลือ
เหตุการณ์ระทึกในทะเลตรังเกิดขึ้นกับกลุ่มนักตกปลา 7 คน หลังเดินทางออกจากฝั่งด้วยเรือหางยาวชื่อ “ส.นางสวย” แล้วไม่สามารถติดต่อได้ในช่วงที่ทะเลมีคลื่นแรง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงประสานกำลังค้นหา ก่อนพบผู้ประสบภัยแยกกันอยู่ทั้งบริเวณโขดหินและกลางทะเล โดยสามารถช่วยเหลือขึ้นจากน้ำได้ครบทุกคนและยืนยันว่าไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตรัง หรือ ศรชล.จังหวัดตรัง รับแจ้งเรื่องเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 จากญาติของนายวิสูตร มีสุข ซึ่งเดินทางไปพร้อมเพื่อนรวม 7 คน รายงานเบื้องต้นระบุว่า กลุ่มดังกล่าวออกจากท่าเรือควนตุ้งกู จังหวัดตรัง ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม เพื่อไปตกปลาในทะเล
ต่อมาในเช้าวันที่ 29 ตุลาคม เวลาประมาณ 08.00 น. คนบนเรือยังสามารถโทรศัพท์แจ้งญาติได้ว่า กำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะกระดาน แต่หลังจากนั้นการติดต่อก็ขาดหายไป ญาติจึงเกิดความกังวลว่าเรืออาจประสบอุบัติเหตุหรือได้รับผลกระทบจากสภาพคลื่นลม จึงแจ้ง ศรชล.จังหวัดตรังให้เร่งติดตามและค้นหา
“ส.นางสวย”
ระดมเครือข่ายทางทะเลร่วมค้นหา
หลังรับแจ้ง ศรชล.จังหวัดตรังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมขอความร่วมมือจาก ศรชล.จังหวัดกระบี่และเครือข่ายเรือในพื้นที่ให้ช่วยสังเกตการณ์ เส้นทางการค้นหาครอบคลุมบริเวณใกล้เกาะรอกและพื้นที่ทะเลฝั่งจังหวัดตรัง โดยมีการประสานเรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือขนส่ง ตลอดจนเรือที่สัญจรอยู่ในบริเวณดังกล่าว หากพบสิ่งผิดปกติหรือผู้ประสบภัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว
ปฏิบัติการค้นหาไม่ได้ดำเนินไปอย่างราบรื่นตั้งแต่ต้น เนื่องจากทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 3–4 เมตร ทำให้การเดินเรือและการเข้าถึงจุดต้องสงสัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องอาศัยจังหวะที่สภาพอากาศเริ่มเปิดและคลื่นลดความรุนแรงลง จึงสามารถออกลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ได้อีกครั้ง
เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพบชาย 2 คนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออยู่บริเวณโขดหินด้านทิศตะวันออกของเกาะรอกนอก เมื่อตรวจสอบจึงทราบว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มที่เรือขาดการติดต่อ ทั้งสองคนให้ข้อมูลว่า ยังมีเพื่อนร่วมเรืออีก 5 คนอยู่ในทะเล เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนภารกิจจากการค้นหาทั่วไปเป็นการเร่งติดตามกลุ่มที่เหลือในบริเวณใกล้เคียง
พบอีก 5 คนลอยคอในทะเล
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นผู้ประสบภัยอีก 5 คนลอยอยู่กลางทะเล จึงนำเรือเข้าไปช่วยเหลือและพาทั้งหมดขึ้นเรือได้สำเร็จ รวมผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือทั้งสิ้น 7 คน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่พบรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต โดยผู้ประสบภัยได้รับการนำตัวไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลต.1 บริเวณเกาะรอก เพื่อรับอาหารและการดูแลเบื้องต้น
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนผู้ประสบภัย | 7 คน |
| เรือที่ใช้เดินทาง | เรือหางยาว “ส.นางสวย” |
| จุดออกเรือ | ท่าเรือควนตุ้งกู จังหวัดตรัง |
| จุดที่พบผู้ประสบภัย | เกาะรอกนอกและพื้นที่ทะเลใกล้เคียง |
| สภาพคลื่น | สูงประมาณ 3–4 เมตร |
ทุกคนปลอดภัย แต่การกลับฝั่งยังมีอุปสรรค
แม้เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ประสบภัยขึ้นจากทะเลได้ครบถ้วนแล้ว แต่ภารกิจยังไม่ถือว่าสิ้นสุดในทันที เนื่องจากคลื่นลมบริเวณดังกล่าวยังมีกำลังแรง การเคลื่อนย้ายคนทั้ง 7 คนจากเกาะรอกกลับเข้าสู่ฝั่งจึงทำได้อย่างระมัดระวังและมีข้อจำกัดด้านสภาพทะเล รายงานระบุว่า การนำตัวกลับยังเป็นไปด้วยความยากลำบากจากคลื่นสูง
ผู้ประสบภัยทั้งหมดเป็นชาวตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง ประกอบด้วย นายขวัญพิภพ เรืองศรี นายวิสูตร มีสุข นายศรศักดิ์ ช่วยเรือง นายถนอม มีเชย นายรณชัย สุขยิ่ง นายธนกฤต แสนพันตรี และเด็กชายทิวากร เรืองศรี โดยเด็กชายทิวากรเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดของกลุ่มที่เดินทางออกทะเลในครั้งนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การแจ้งเหตุจากครอบครัวอย่างรวดเร็วมีส่วนสำคัญต่อการเริ่มต้นค้นหา เมื่อเรือไม่สามารถติดต่อได้ ญาติได้ประสาน ศรชล.จังหวัดตรัง ขณะที่หน่วยงานทางทะเลสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับพื้นที่ใกล้เคียงและขอความช่วยเหลือจากเรือหลายประเภทที่อยู่ในทะเล การพบผู้ประสบภัยจึงเกิดจากการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่อุทยาน หน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเล และผู้ประกอบการเรือในพื้นที่
สำหรับข้อมูลการเดินทาง กลุ่มดังกล่าวออกจากท่าเรือควนตุ้งกูตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 28 ตุลาคม และมีการติดต่อครั้งสุดท้ายในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยระบุว่าจะเดินทางไปทางเกาะกระดาน ก่อนที่สัญญาณการติดต่อจะหายไป จุดที่พบผู้ประสบภัยอยู่ใกล้เกาะรอกนอก ซึ่งแตกต่างจากจุดหมายที่แจ้งแก่ญาติ ทำให้การค้นหาต้องอาศัยทั้งข้อมูลจากผู้ประสบภัย 2 คนที่พบก่อน และการลาดตระเวนในพื้นที่ทะเลใกล้เคียง
เจ้าหน้าที่นำผู้ประสบภัยไปดูแลเบื้องต้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ โดยจัดอาหารและให้ความช่วยเหลือหลังผ่านเหตุการณ์ที่ต้องลอยคออยู่ในทะเล ท่ามกลางคลื่นสูง ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์คลื่นลมอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการเคลื่อนย้ายกลับฝั่งอย่างปลอดภัย
- ญาติแจ้งเหตุหลังขาดการติดต่อและเกรงว่าเรืออาจประสบอุบัติเหตุ
- เจ้าหน้าที่พบผู้ประสบภัย 2 คนที่โขดหินเกาะรอกนอก ก่อนค้นพบอีก 5 คนกลางทะเล
- ผู้ประสบภัยทั้ง 7 คนปลอดภัย และได้รับการดูแลเบื้องต้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
เหตุเรือขาดการติดต่อครั้งนี้จึงเป็นทั้งภารกิจช่วยเหลือที่จบลงด้วยการพบผู้ประสบภัยครบทุกคน และเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงของการเดินทางทางทะเลในช่วงที่คลื่นลมรุนแรง โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเกาะซึ่งการเข้าถึงทำได้ยาก หากเกิดเหตุฉุกเฉิน การแจ้งข้อมูลเส้นทาง ผู้ร่วมเดินทาง และจุดหมายแก่ครอบครัวอย่างชัดเจน จะช่วยให้หน่วยค้นหาสามารถกำหนดพื้นที่ติดตามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น