ความคืบหน้าโครงการและปัญหาที่เคยตรวจพบ
โครงการศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (มหิศรภักดี) ในเขตเทศบาลนครตรัง เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นงานก่อสร้างที่ดำเนินไปไม่สมบูรณ์จนคล้ายถูกปล่อยทิ้งร้าง แม้ในขั้นต้นจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 390 ล้านบาทตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2559 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรังเคยลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงและแสดงความเป็นห่วงต่อการบริหารจัดการพื้นที่หลังแล้วเสร็จ
การโอนทรัพย์สินและการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมา
ข้อมูลการดำเนินการที่ผ่านมา ระบุว่า จังหวัดตรังใช้งบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเป็นเงินจำนวน 39,246,000 บาทสำหรับการก่อสร้างส่วนแรก ก่อนจะโอนทรัพย์สินให้เทศบาลนครตรังเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติม
เทศบาลนครตรังดำเนินการจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ทุ่งยาวการค้า ให้ดำเนินการก่อสร้างต่อในส่วนงานต่าง ๆ ได้แก่ งานโครงสร้าง งานผนัง งานพื้น งานหลังคา งานระบบไฟฟ้า และงานระบบสุขาภิบาล นอกจากนี้ยังมีการจัดซื้อจัดจ้างที่ปรึกษาเพิ่มเติมเป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท
ผู้รับจ้างรายใหม่และกรอบเวลาสิ้นสุดโครงการ
ปัจจุบันศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยบริษัท เมกะ-เอ็น คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้างตามสัญญาที่ระบุกรอบเวลาการดำเนินโครงการว่าจะสิ้นสุดภายในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2570 โดยมีวงเงินตามสัญญาอีกกว่า 287,500,000 บาท
ข้อกังวลด้านการใช้ประโยชน์และอุปกรณ์สนับสนุน
เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ซึ่งติดตามโครงการตั้งแต่ต้นชี้ว่า แม้ตัวโครงสร้างอาคารจะมีความแข็งแรง แต่มีปัญหาเรื่องการออกแบบหรือการติดตั้งพื้นที่ใช้งานจริงบางประการ เช่น บริเวณชั้น 1 ของศูนย์ซึ่งควรเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมพร้อมเวที กลับถูกตัดออกไปจากรูปแบบการก่อสร้าง และอุปกรณ์เครื่องเสียงซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดงศิลปวัฒนธรรมก็ยังไม่ปรากฏในเอกสารรายการงานอย่างชัดเจน
คำถามที่ยังคงค้างคือเมื่อโครงการใหญ่ขนาดนี้แล้วเสร็จ เทศบาลนครตรังในฐานะเจ้าของต้องมีแผนบริหารจัดการพื้นที่และงบประมาณอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและสาธารณะ
ตัวเลขสำคัญของโครงการ
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| งบประมาณที่ใช้ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง | กว่า 390,000,000 |
| งบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน | 39,246,000 |
| ค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติม | 3,500,000 |
| วงเงินสัญญาผู้รับจ้างปัจจุบัน | 287,500,000 |
ผลกระทบต่อชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น
สำหรับจังหวัดตรังซึ่งมีประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม การมีศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมที่ได้มาตรฐานย่อมเป็นโอกาสในการอนุรักษ์และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นพื้นที่สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี หากการบริหารจัดการหลังการก่อสร้างขาดประสิทธิภาพ หรือขาดแผนการใช้งานที่ชัดเจน อาคารที่ลงทุนไปจำนวนมากอาจกลายเป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อประชาชนตามที่ควรจะเป็น
สิ่งที่ควรเร่งรัดและข้อเสนอเชิงปฏิบัติ
- เทศบาลนครตรังควรจัดทำแผนการบริหารจัดการพื้นที่และแผนธุรกิจเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
- ต้องระบุรายการอุปกรณ์สำคัญ เช่น ระบบเครื่องเสียง เวที และระบบแสดงผล ให้ชัดเจนในบัญชีงบประมาณและแผนจัดซื้อจัดจ้าง
- เปิดเผยข้อมูลการเบิกจ่ายและแผนการใช้งานต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความโปร่งใสและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน
แม้โครงการจะยังคงมีความคืบหน้าและมีกรอบเวลาการดำเนินงานต่อไป แต่การติดตามอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ศูนย์แห่งนี้ไม่เป็นเพียงอาคารที่ลงทุนสูง แต่เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมและประโยชน์ต่อชุมชนตรังอย่างแท้จริง