ยกระดับการอนุรักษ์พะยูนในพื้นที่หลักของประเทศ
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (ตรัง) ภายใต้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินหน้าจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ภายใต้ชื่อ “วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569” ที่ลานวัฒนธรรมจังหวัดตรัง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นประธานในพิธีเปิด ขณะที่ผู้บริหารกรม หน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลเข้าร่วมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์พะยูนซึ่งถือเป็นสายพันธุ์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง โดยการประชุมและกิจกรรมภาคสนามถูกวางให้เชื่อมโยงกับชุมชนชายฝั่งซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง เพื่อให้แนวทางการคุ้มครองสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่
มาตรการเร่งด่วนและเป้าหมายเชิงนโยบาย
หน่วยงานประกาศว่าในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ จะมีการนำเสนอและประกาศชุดมาตรการเร่งด่วนภายใต้ชื่อแคมเปญว่า “พะยูนต้องรอด” เพื่อใช้บังคับด้านกฎหมายและกำหนดแนวทางการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างเข้มข้นขึ้น โดยเป้าหมายหลักคือการลดการตายของพะยูนจากกิจกรรมของมนุษย์ให้เหลือศูนย์
“วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น ‘วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ’ เพื่ออนุรักษ์และคุ้มครองพะยูน” — นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมการใช้กฎหมายคุ้มครอง การกำหนดขอบเขตพื้นที่อนุรักษ์ที่พิจารณาความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง รวมทั้งมาตรการควบคุมกิจกรรมที่ก่อผลกระทบต่อนิเวศหญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน
สถานการณ์พะยูนในประเทศและสถานะในจังหวัดตรัง
ข้อมูลจากกรมชี้ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพะยูนประมาณ 250 ตัว โดยร้อยละใหญ่ของประชากรพะยูนอาศัยอยู่ในน่านน้ำของจังหวัดตรัง เนื่องจากจังหวัดนี้เป็นที่ตั้งของแหล่งหญ้าทะเลที่สำคัญ ขณะเดียวกันก็เผชิญปัญหาการเสื่อมโทรมของหญ้าทะเลจากการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่ง
| ข้อมูล | ตัวเลข |
|---|---|
| ประมาณจำนวนพะยูนในประเทศ | 250 ตัว |
| พื้นที่หญ้าทะเลในจังหวัดตรัง | กว่า 34,000 ไร่ |
| วันที่จัดงาน | 15–16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
การบูรณาการภาคส่วนท้องถิ่นกับนโยบายส่วนกลาง
ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเน้นย้ำว่าการอนุรักษ์พะยูนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและชุมชนท้องถิ่น โดยชี้ว่าจังหวัดได้จัดทำแผนฟื้นฟูหญ้าทะเลและการอนุรักษ์พะยูนในระดับจังหวัด เพื่อให้มาตรการส่วนกลางสามารถนำมาปรับใช้ในพื้นที่ได้อย่างสมดุลกับวิถีชีวิตของชาวชายฝั่ง
“จังหวัดตรังให้ความสำคัญสูงสุดกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” — นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง
การผสานงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทีมวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินนโยบายที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล การลดกิจกรรมที่ทำลายพื้นดินชายฝั่ง และการป้องกันการบาดเจ็บหรือการตายของพะยูนจากอุปกรณ์การประมงและยานพาหนะทางน้ำ
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางปฏิบัติ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยผู้นำชุมชนและชาวประมงท้องถิ่น ซึ่งฝ่ายบริหารยืนยันว่าจะออกแบบขอบเขตการควบคุมกิจกรรมให้สอดคล้องกับการดำรงชีพของคนในพื้นที่ โดยคาดหวังว่าจะสามารถสร้างมาตรการที่รักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการดำเนินชีวิตของประชาชน
- การจำกัดหรือปรับรูปแบบการใช้เครื่องมือประมงในพื้นที่หญ้าทะเล
- มาตรการควบคุมการเดินเรือในบางพื้นที่เพื่อป้องกันการชนพะยูน
- โครงการฟื้นฟูหญ้าทะเลร่วมกับชุมชนและนักวิจัย
การดำเนินงานในช่วงข้างหน้าจะเป็นตัวชี้วัดความจริงจังของหน่วยงานทั้งระดับจังหวัดและส่วนกลาง หากมาตรการที่ประกาศถูกใช้อย่างจริงจังและมีการติดตามประเมินผล ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้จำนวนการตายของพะยูนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และรักษาทรัพยากรชายฝั่งที่เป็นมรดกสำคัญของจังหวัดตรังไว้ให้คนรุ่นต่อไป