ชุมพรอยู่ในกลุ่มพื้นที่เฝ้าระวัง
รัฐบาลออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุชื่อ จังหวัดชุมพร รวมถึงเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี ให้ติดตามสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมอย่างใกล้ชิด หลังการคาดการณ์ระบุว่าอาจมีฝนตกครอบคลุม ร้อยละ 60 ของพื้นที่ สภาพอากาศดังกล่าวมีความเสี่ยงทำให้บางจุดเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณที่มีลักษณะภูมิประเทศเอื้อต่อการระบายน้ำไม่ทัน
ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากแจ้งเตือนภัยฝนในพื้นที่ภาคใต้แล้ว ยังรายงานความคืบหน้าการลงทะเบียนขอรับสิทธิจากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นมาตรการที่ภาครัฐจัดทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายเมื่อเกิดภัยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
พื้นที่เสี่ยงต้องเพิ่มความระมัดระวัง
รัฐบาลระบุว่าพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากเป็นบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลบ่าหรือการสะสมของน้ำเมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง สำหรับจังหวัดชุมพร การประกาศเตือนครั้งนี้เป็นข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมติดตามสถานการณ์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกเป็นเวลานานหรือเกิดฝนสะสมในพื้นที่เดียวกัน
สาระสำคัญของประกาศไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของชุมพรจะเกิดน้ำท่วม แต่เป็นการแจ้งให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณลาดเชิงเขา พื้นที่ต่ำ หรือใกล้เส้นทางน้ำ จึงควรติดตามข่าวสารและประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก
- จังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือน: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
- ลักษณะอากาศที่ต้องเฝ้าระวัง: ฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และฝนตกสะสม
- พื้นที่เสี่ยง: ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม
- ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
รัฐบาลเร่งติดตามสิทธิประกันภัยพิบัติ
พร้อมกับการแจ้งเตือนฝน รัฐบาลยังรายงานผลการดำเนินงานด้านการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยผ่านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยย้ำว่าผู้ประสบภัยควรได้รับสิทธิตามกรมธรรม์อย่างครอบคลุม และกระบวนการพิจารณาควรดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลภาพรวมทั่วประเทศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า บริษัทประกันภัยอนุมัติวงเงินสินไหมทดแทนแล้วรวม 20,035,000 บาท
ตัวเลขดังกล่าวแบ่งเป็นการประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ซึ่งมีการโอนเงินให้ผู้มีสิทธิแล้ว 2 ราย รวม 4,000,000 บาท และมีรายการที่ได้รับอนุมัติแล้วอีก 7 รายการ รวม 14,000,000 บาท ส่วนการประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มสำหรับความเสียหายจากอุทกภัย มีการอนุมัติและโอนเงินแล้ว 198 ราย เป็นวงเงินหลังคาเรือนละ 10,000 บาท รวม 1,980,000 บาท
สำหรับความเสียหายจากวาตภัย มีการอนุมัติและโอนเงินแล้ว 11 ราย ในอัตราหลังคาเรือนละ 5,000 บาท คิดเป็นวงเงิน 55,000 บาท ตัวเลขชุดนี้เป็นข้อมูลรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะของจังหวัดชุมพร ดังนั้นยังไม่ควรนำไปสรุปว่าเป็นจำนวนผู้ได้รับสิทธิหรือวงเงินที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชุมพร
| ประเภทความคุ้มครอง | ผลการดำเนินงาน | วงเงิน |
|---|---|---|
| ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม | โอนแล้ว 2 ราย อนุมัติอีก 7 รายการ | 18,000,000 บาท |
| ที่อยู่อาศัยกรณีอุทกภัย | อนุมัติและโอนแล้ว 198 ราย | 1,980,000 บาท |
| ที่อยู่อาศัยกรณีวาตภัย | อนุมัติและโอนแล้ว 11 ราย | 55,000 บาท |
ภูเก็ตแจ้งเคลม 236 กรณี
ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแจ้งเคลมเข้ามาแล้ว รัฐบาลรายงานว่ามีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิรวม 236 กรณี แบ่งเป็นอำเภอกะทู้ 178 กรณี อำเภอเมืองภูเก็ต 50 กรณี และอำเภอถลาง 8 กรณี ข้อมูลนี้สะท้อนถึงการดำเนินการรับแจ้งสิทธิในจังหวัดที่ประสบเหตุ แต่ไม่ใช่ข้อมูลการเคลมของชุมพร เนื่องจากแหล่งข่าวไม่ได้ระบุตัวเลขการลงทะเบียนหรือการอนุมัติสินไหมในจังหวัดชุมพร
รัฐบาลระบุว่าได้ประสานความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบอุทกภัยเข้าถึงการเยียวยา พร้อมกำชับสมาคมประกันวินาศภัยไทยเร่งดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินตามกระบวนการอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยย้ำว่าการดำเนินงานต้องไม่ทำให้สิทธิของประชาชนตกหล่น ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
สำหรับประชาชนในชุมพร ประเด็นสำคัญในระยะนี้จึงมีสองด้านควบคู่กัน ด้านแรกคือการเฝ้าระวังฝนหนักและฝนสะสมในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนอีกด้านคือการติดตามสิทธิจากโครงการประกันภัยพิบัติ หากได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติ ควรตรวจสอบขั้นตอนการแจ้งเคลมและข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางของหน่วยงานหรือบริษัทประกันภัยตามสิทธิของตน
ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังไม่ได้ระบุว่าชุมพรมีพื้นที่ใดเกิดน้ำท่วมหรือมีความเสียหายแล้ว จึงยังไม่อาจสรุปสถานการณ์ในแต่ละอำเภอได้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ประชาชนควรติดตามประกาศเพิ่มเติม โดยให้ความสนใจกับบริเวณที่อยู่ใกล้ทางน้ำ ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่ม ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลระบุว่าอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนสะสมเป็นพิเศษ