อาชญากรรม ท่าแซะ ชุมพร (64)

กอ.รมน.ชุมพรตรวจวัดอำเภอท่าแซะ พบพระ-สามเณร 3 รูป เสพยาบ้า สั่งลาสิกขา-ส่งบำบัด

กอ.รมน.จังหวัดชุมพรร่วมฝ่ายปกครองและตำรวจ ตรวจปัสสาวะพระสงฆ์ในวัดแห่งหนึ่ง อ.ท่าแซะ จำนวน 10 รูป พบผลเป็นบวก 3 ราย เจ้าหน้าที่นำเข้าพบเจ้าอาวาสเพื่อดำเนินการให้ลาสิกขาและประสาน รพ.สต.ในพื้นที่ส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

กอ.รมน.ชุมพรตรวจวัดอำเภอท่าแซะ พบพระ-สามเณร 3 รูป เสพยาบ้า สั่งลาสิกขา-ส่งบำบัด
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดชุมพร บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เข้าตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอท่าแซะ หลังจากมีหนังสือร้องเรียนจากประชาชนว่ามีพระสงฆ์ในวัดอาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

การตรวจสารเสพติดและผลการตรวจ

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจตัวพระสงฆ์และสามเณรทั้งหมด 10 รูป แบ่งเป็นพระสงฆ์ 9 รูป และสามเณร 1 รูป โดยเป็นการตรวจหาสารเสพติดจากปัสสาวะ ผลการตรวจพบสารประเภท เมทแอมเฟตามีน จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ถูกตรวจที่มีอายุแตกต่างกัน ได้แก่ พระสงฆ์อายุ 50 ปี พระสงฆ์อายุ 30 ปี และสามเณรอายุ 19 ปี

จำนวนผู้ถูกตรวจ10 รูป (พระ 9 รูป, สามเณร 1 รูป)
ผลเป็นบวก3 ราย (สารเมทแอมเฟตามีน)
อายุผู้พบผลบวก50 ปี, 30 ปี, 19 ปี

มาตรการหลังพบผลเป็นบวก

หลังทราบผล เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้พบผลตรวจเป็นบวกเข้าพบเจ้าอาวาสของวัดเพื่อดำเนินการทางคณะสงฆ์ตามขั้นตอน เบื้องต้นมีการสั่งให้ ลาสิกขา และประสานหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นเพื่อส่งผู้ที่ตรวจพบเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู

  • การประสานหน่วยงานเพื่อบำบัด: เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้ที่ตรวจพบ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดและฟื้นฟูต่อไป
  • กระบวนการคณะสงฆ์: การพิจารณาเรื่องสภาพความเป็นพระและการให้ลาสิกขาจะเป็นไปตามกฎคณะสงฆ์และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  • การดำเนินการทางกฎหมาย: ข่าวที่นำเสนอระบุการตรวจหาสารและการบำบัดเป็นหลัก โดยไม่ได้ระบุการจับกุมหรือการฟ้องร้องทางอาญาไว้ในเบื้องต้น

ผลกระทบต่อชุมชนและข้อสังเกต

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลสะเทือนต่อความเชื่อมั่นของชุมชน เนื่องจากพระสงฆ์เป็นบุคคลสำคัญด้านศีลธรรมและการดำรงชีวิตทางศาสนา การที่มีพระสงฆ์หรือสามเณรถูกตรวจพบว่ามีสารเสพติด ย่อมสร้างคำถามต่อการกำกับดูแลภายในวัดและบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการป้องกันและการฟื้นฟูผู้ที่เกี่ยวข้อง

ในด้านการดำเนินการ ทาง กอ.รมน. จังหวัดชุมพรและฝ่ายปกครองได้แสดงบทบาทในการเข้าตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของประชาชน ขณะเดียวกันการส่งตัวเข้าสู่การบำบัดผ่านระบบสาธารณสุขท้องถิ่นเป็นมาตรการที่มุ่งเน้นการรักษาและฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษโดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการจัดการปัญหายาเสพติดที่เน้นทั้งด้านสาธารณสุขและการบังคับใช้กฎหมาย

สิ่งที่ชุมชนควรทราบ

เมื่อเกิดกรณีลักษณะนี้ ประชาชนควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงข่าวลือ โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินการของคณะสงฆ์ต่อผู้ที่ถูกตรวจพบ และขั้นตอนการฟื้นฟูสุขภาพจิตและร่างกายของผู้เข้ารับการบำบัด

การตรวจสอบและการบำบัดที่เป็นระบบสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำ และช่วยเยียวยาความเชื่อมั่นในสถาบันทางศาสนาได้ในระยะยาว

รายงานข่าวฉบับนี้สะท้อนการประสานงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร และระบบสาธารณสุขท้องถิ่นในการจัดการกับข้อร้องเรียนของประชาชน โดยเน้นการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงและการนำผู้ที่ตรวจพบเข้าสู่กระบวนการบำบัดเพื่อการฟื้นฟู

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

64ชุมพร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชุมพร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว