รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เดินทางไปติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร โดยมุ่งเน้นการพยุงราคาทุเรียนช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลและรับฟังปัญหา ข้อเสนอจากผู้ประกอบการและตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่
เป้ารับซื้อเพื่อพยุงราคาและสถานะการระบายผลผลิต
การทำงานภายใต้แนวทางของกระทรวงพาณิชย์ในปีนี้มุ่งเน้นการเข้าไปช่วยรับซื้อผลผลิตล่วงหน้าตั้งแต่เดือนมิถุนายน เพื่อดึงราคาทุเรียนไม่ให้ปรับตัวลดลงขณะผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด ขณะนี้โครงการรับซื้อและดูดซับทุเรียนภาคใต้ดำเนินการไปแล้วกว่า 222,515 ตัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 300,000 ตัน
กระทรวงประเมินว่า ณ ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เริ่มออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 70–80% ของฤดูกาล ซึ่งเป็นเหตุผลที่กระทรวงต้องรีบบริหารจัดการทั้งตลาดในประเทศและช่องทางส่งออก เพื่อให้ผลผลิตระบายออกได้จนสิ้นฤดูกาลในระดับราคาที่เหมาะสม
การส่งออกทุเรียนเป็นปัจจัยสำคัญ
ข้อมูลการส่งออกล่าสุด ระบุว่าประเทศไทยส่งออกทุเรียนแล้วรวมทั้งสิ้น 1,110,655.92 ตัน ผ่านตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 68,044 ตู้ มีมูลค่ากว่า 127,220.52 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569) ยืนยันว่าตลาดส่งออกยังเป็นช่องทางสำคัญในการรองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
| ตัวชี้วัด | จำนวน |
|---|---|
| ทุเรียนที่รับซื้อ/ดูดซับ (ภาคใต้) | 222,515 ตัน |
| เป้าดูดซับรวม | 300,000 ตัน |
| ปริมาณส่งออกรวม | 1,110,655.92 ตัน |
มาตรการโลจิสติกส์และตลาด
นอกจากการรับซื้อภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งแก้ปัญหาด้านการขนส่งและด่านศุลกากร เพื่อไม่ให้การส่งออกติดขัด โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดปัญหาตามแนวชายแดนและเปิดทางเลือกโลจิสติกส์เพิ่มเติม เช่น การใช้เส้นทางรถไฟและการอำนวยความสะดวกด่านนำเข้า-ส่งออก
ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงให้ความสำคัญกับการทำตลาดล่วงหน้าเพื่อกระตุ้นความต้องการทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้การระบายผลผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที
ความหลากหลายของผลไม้และการวางแผนพื้นที่
รองรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าชุมพรไม่ใช่แค่จุดรวบรวมทุเรียนเท่านั้น แต่ยังมีผลไม้หลากหลายทั้งมังคุด กล้วย สับปะรด GI และสละ ซึ่งแต่ละชนิดมีช่วงออกผลที่ต่างกัน จึงได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดจัดทำ ปฏิทินผลไม้ของชุมพร เพื่อระบุช่วงเวลาออกผลของแต่ละชนิดอย่างชัดเจน นำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการตลาดและการขนส่งอย่างเป็นระบบ
"เราต้องดูแลตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงปลายฤดู"
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนนโยบายการติดตามผลผลิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การออกดอกติดผลจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อให้ราคาสามารถอยู่ในระดับที่เกษตรกรและผู้ประกอบการเดินหน้าต่อได้
ความท้าทายด้านต้นทุนและการแข่งขัน
ปีนี้ทุเรียนไทยเผชิญทั้งปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค และการแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตรายอื่น กระทรวงจึงต้องเดินหน้าทั้งมาตรการภายในประเทศและการรักษาตลาดต่างประเทศควบคู่กันไป
- เร่งรับซื้อเพื่อพยุงราคาในช่วงผลผลิตหนา
- อำนวยความสะดวกด้านด่านและการขนส่งเพื่อลดปัญหาความล่าช้า
- จัดทำปฏิทินผลไม้พื้นที่เพื่อวางแผนระบายผลผลิต
การลงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่ชุมพรในครั้งนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติและการเตรียมมาตรการระยะกลาง-ยาว เพื่อให้ภาคการผลิตผลไม้ของภาคใต้สามารถรับมือกับความผันผวนของราคาและอุปทานได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อชุมพรเป็นจุดรวบรวมสินค้าที่มีความสำคัญต่อการส่งออกของภูมิภาค