เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ที่ห้องปฏิบัติการผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ศาลากลางจังหวัดแห่งที่ 2 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับนายวังจื้อเจียน กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา พร้อมคณะ เพื่อเปิดการหารือแนวทางความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนของจังหวัดนราธิวาสกับหน่วยงานจีน
เน้นโอกาสจากสินค้าเกษตรและทำเลติดทะเล
การพบปะครั้งนี้เน้นย้ำศักยภาพของจังหวัดด้านทรัพยากรเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดจีนมีความต้องการสูง นอกจากนี้ยังระบุถึงความเหมาะสมของพื้นที่ติดชายฝั่งที่เอื้อต่อการส่งออกสินค้าเกษตรจำนวนมากไปยังตลาดต่างประเทศ ตัวแทนจีนชี้ว่าหากสภาพความมั่นคงในพื้นที่ปรับตัวในทางบวก จะยิ่งส่งเสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุนขยายการลงทุนในจังหวัดได้ง่ายขึ้น
ความคืบหน้าท่าอากาศยานและการเชื่อมโยงระบบขนส่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจงสถานะโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ของท่าอากาศยานนราธิวาส ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทจีน ณ ขณะหารือมีความคืบหน้าราว ร้อยละ 93.23 ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
ทั้งสองฝ่ายยังพูดถึงความเป็นไปได้ในการเชื่อมระบบรถไฟทางคู่ระหว่างไทยกับมาเลเซียในอนาคต ซึ่งจะเป็นช่องทางขนส่งสินค้าที่สำคัญหากก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งาน
พร้อมส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรม
กงสุลใหญ่จีนแสดงความประสงค์ร่วมมือด้านการศึกษา โดยเฉพาะการสนับสนุนการสอนภาษาจีนแก่เยาวชนในพื้นที่ เพื่อสร้างทักษะภาษาที่จำเป็นต่อการค้าการลงทุนและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกันยังมีแผนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและกิจกรรมชุมชน
“การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในระยะยาว”
ประโยคนี้มาจากนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เน้นย้ำบทบาทของการศึกษาในแผนพัฒนาจังหวัด
สินค้าเกษตรนอกเหนือทุเรียนที่มีโอกาสส่งออก
นอกจากทุเรียนแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่าจังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาการผลิตสินค้าอื่นเพื่อการส่งออก เช่น ไก่ไข่ เนื้อโค (เนื้อวัว) ยางพารา และผลิตภัณฑ์จากป่าพรุ เช่น น้ำผึ้งชันโรง ข้อเสนอเหล่านี้เกิดขึ้นควบคู่กับความต้องการรับการลงทุนจากภายนอกเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปให้พร้อมสำหรับตลาดต่างประเทศ
- ท่าอากาศยาน — อาคารใหม่ก่อสร้างโดยบริษัทจีน คืบหน้า ~93.23%
- ทุเรียน — มีศักยภาพส่งออกไปจีน ตลาดต้องการสูง
- จุดขนส่ง — เสนอใช้ท่าเรือและช่องทางชายแดน เช่น สะเดา/สุไหงโก-ลก ขยายการส่งออก
บทบาทภาคเอกชนท้องถิ่นและตัวเลขที่เกี่ยวข้อง
ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาสเรียกร้องให้หน่วยงานส่งเสริมการค้าผลักดันเส้นทางการส่งออกทุเรียนผ่านอำเภอสุไหงโก-ลก โดยระบุว่าขณะนี้มีการดำเนินการล้งทุเรียนที่สามารถรองรับการส่งออกได้ประมาณ 40 ตันต่อวัน และได้เชิญชวนนักธุรกิจจีนร่วมขยายกิจการในพื้นที่
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ความคืบหน้าอาคารผู้โดยสาร | ร้อยละ 93.23 |
| กำลังส่งออกทุเรียนผ่านล้งสุไหงโก-ลก | ประมาณ 40 ตัน/วัน |
หลังการหารือกงสุลใหญ่จีนมีกำหนดเข้าเยี่ยมประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและยังมีแผนมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์เชิงสังคมควบคู่ไปกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ข้อท้าทายและแนวทางปฏิบัติสำหรับท้องถิ่น
การผลักดันความร่วมมือนำมาซึ่งโอกาส แต่ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานการผลิต การรับรองคุณภาพสินค้า ระบบโลจิสติกส์ และความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ หน่วยงานท้องถิ่นควรเน้นการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในด้านมาตรฐานการส่งออก การแปรรูป และการรวมกลุ่มผู้ผลิตให้สามารถตอบสนองความต้องการตลาดต่างประเทศได้
การหารือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกับกงสุลใหญ่จีนจึงสะท้อนความพยายามเชื่อมโยงศักยภาพท้องถิ่นกับโอกาสจากต่างประเทศ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการศึกษา หากสามารถนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว