อาชญากรรม นราธิวาส นราธิวาส (67)

นราธิวาสเปิดไทม์ไลน์ปะทะเทือกเขาตะเว ยึดอาวุธ-พบหมายจับรวมหลายหมาย

กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานความคืบหน้าเหตุปะทะบนเทือกเขาตะเว เมื่อวันที่ 9–11 กันยายน พ.ศ.2569 ยืนยันผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 2 กระบอกและระเบิดขว้าง 2 ลูก พร้อมเปิดเผยหมายจับรวมทั้งสิ้น 9 หมาย ขณะเดียวกันเน้นความร่วมมือระหว่างไทย-มาเลเซียในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

นราธิวาสเปิดไทม์ไลน์ปะทะเทือกเขาตะเว ยึดอาวุธ-พบหมายจับรวมหลายหมาย
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงความคืบหน้าเหตุยิงปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบริเวณ เทือกเขาตะเว โดยยืนยันผลการปะทะว่ามีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตจำนวน 2 ราย และมีการตรวจยึดอาวุธและวัตถุระเบิดที่เกี่ยวข้อง

การยืนยันตัวบุคคลและหมายจับ

ผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ระบุชื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองคนโดยละเอียด คือ นายอูเซ็ง มามะ อายุ 46 ปี และ นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง อายุ 37 ปี โดยทั้งสองรายมีหมายจับตามกระบวนการยุติธรรมรวมกัน 9 หมาย ซึ่งเป็นหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีเหตุการณ์ความไม่สงบหลายคดีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียง

อาวุธและพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้

จากการตรวจยึดของเจ้าหน้าที่พบอาวุธและวัตถุระเบิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังนี้

  • อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก (ระบุชนิด M16 และ AK-104)
  • ระเบิดขว้าง จำนวน 2 ลูก
รายการ จำนวน
ผู้เสียชีวิตจากการปะทะ 2 ราย
อาวุธปืนที่ตรวจยึด 2 กระบอก
ระเบิดขว้าง 2 ลูก
หมายจับที่เกี่ยวข้อง รวม 9 หมาย

แนวทางการดำเนินคดีและความร่วมมือกับต่างประเทศ

แถลงการณ์จาก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนวิธีพิจารณาทางกฎหมายและกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอย่างรอบคอบเพื่อยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบพยานหลักฐาน ก่อนส่งต่อการดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นว่าจำเป็นต้องเดินไปพร้อมกันทั้งมาตรการด้านความมั่นคงและการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน

“แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา”

รายงานยังอ้างว่า มาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่ ในการประสานข้อมูลและความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นกรณีที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการติดตามและสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงข้ามพรมแดน

ความสำคัญต่อพื้นที่นราธิวาสและมาตรการต่อไป

เหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามที่ต่อเนื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ในการลดการใช้ความรุนแรงและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ อำเภอเจาะไอร้อง และพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและส่วนกลางต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดและหมายจับ เพื่อเชื่อมโยงไปยังการสืบสวนขยายผล อีกทั้งการร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะมีบทบาทต่อการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำ

สำหรับประชาชนในจังหวัดนราธิวาส หน่วยงานความมั่นคงเตือนให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการอย่างเป็นทางการ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามแนวทางกฎหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยของชุมชน โดยการดำเนินการในขั้นต่อไปจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและหลักฐานที่หน่วยงานพิสูจน์ได้

รายงานฉบับสมบูรณ์ของกอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุหมายจับและรายละเอียดคดีต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

67นราธิวาส

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นราธิวาส ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว