เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงความคืบหน้าเหตุยิงปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบริเวณ เทือกเขาตะเว โดยยืนยันผลการปะทะว่ามีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตจำนวน 2 ราย และมีการตรวจยึดอาวุธและวัตถุระเบิดที่เกี่ยวข้อง
การยืนยันตัวบุคคลและหมายจับ
ผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ระบุชื่อผู้เสียชีวิตทั้งสองคนโดยละเอียด คือ นายอูเซ็ง มามะ อายุ 46 ปี และ นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง อายุ 37 ปี โดยทั้งสองรายมีหมายจับตามกระบวนการยุติธรรมรวมกัน 9 หมาย ซึ่งเป็นหมายจับที่เกี่ยวข้องกับคดีเหตุการณ์ความไม่สงบหลายคดีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียง
อาวุธและพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้
จากการตรวจยึดของเจ้าหน้าที่พบอาวุธและวัตถุระเบิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังนี้
- อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก (ระบุชนิด M16 และ AK-104)
- ระเบิดขว้าง จำนวน 2 ลูก
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ผู้เสียชีวิตจากการปะทะ | 2 ราย |
| อาวุธปืนที่ตรวจยึด | 2 กระบอก |
| ระเบิดขว้าง | 2 ลูก |
| หมายจับที่เกี่ยวข้อง | รวม 9 หมาย |
แนวทางการดำเนินคดีและความร่วมมือกับต่างประเทศ
แถลงการณ์จาก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนวิธีพิจารณาทางกฎหมายและกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอย่างรอบคอบเพื่อยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบพยานหลักฐาน ก่อนส่งต่อการดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นว่าจำเป็นต้องเดินไปพร้อมกันทั้งมาตรการด้านความมั่นคงและการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน
“แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา”
รายงานยังอ้างว่า มาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่ ในการประสานข้อมูลและความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นกรณีที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการติดตามและสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงข้ามพรมแดน
ความสำคัญต่อพื้นที่นราธิวาสและมาตรการต่อไป
เหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามที่ต่อเนื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ในการลดการใช้ความรุนแรงและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ อำเภอเจาะไอร้อง และพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและส่วนกลางต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดและหมายจับ เพื่อเชื่อมโยงไปยังการสืบสวนขยายผล อีกทั้งการร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะมีบทบาทต่อการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำ
สำหรับประชาชนในจังหวัดนราธิวาส หน่วยงานความมั่นคงเตือนให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการอย่างเป็นทางการ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามแนวทางกฎหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยของชุมชน โดยการดำเนินการในขั้นต่อไปจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและหลักฐานที่หน่วยงานพิสูจน์ได้
รายงานฉบับสมบูรณ์ของกอ.รมน.ภาค 4 สน. ระบุหมายจับและรายละเอียดคดีต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป