เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุป่วนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสรวมหลายจุดได้แล้ว 1 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประชุมติดตามความคืบหน้าและสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานการประชุมเพื่อสำรวจความเสียหายและวางแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวน 4 แห่งที่ได้รับความเสียหายจากเหตุความไม่สงบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบองอ อำเภอระแงะ, องค์การบริหารส่วนตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร, องค์การบริหารส่วนตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ และองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ
ในการประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายอย่างเป็นระบบและจัดทำรายละเอียดพร้อมกรอบวงเงินเพื่อการซ่อมแซม ฟื้นฟู และเยียวยา ทั้งนี้ให้เน้นการคืนการให้บริการที่จำเป็นแก่ประชาชนให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
ผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุรางรถไฟ
เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับอีโอดีของกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัด และชุดสุนัขสงคราม ลงตรวจสอบบริเวณรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟมะรือโบกับสถานีตันหยงมัส ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบรรจุใน ภาชนะถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัม โดยมีการตั้งเวลาจุดชนวน จำนวนรวม 3 ลูก แยกเป็น
- ที่รางรถไฟ 1 ลูก ทำให้หมอนรองรางคอนกรีตเสียหาย 2 ท่อน และรางรถไฟฉีกขาด ส่งผลให้ขบวนรถไม่สามารถผ่านได้
- อีก 2 ลูก ถูกวางไว้ที่เสาไฟฟ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ ห่างจากจุดเหตุรางประมาณ 50 เมตร แต่เสาไฟฟ้าไม่ได้โค่นลง
เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานที่เกิดเหตุ และประเมินว่าผู้ร่วมก่อเหตุไม่น้อยกว่า 6 คน ขณะเดียวกันการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับแผนการเดินขบวนรถในเส้นทางใต้ชั่วคราว จนกว่าจะซ่อมแซมรางให้กลับสู่สภาพปกติ
ผลกระทบต่อการให้บริการและการฟื้นฟู
เหตุระเบิดทำให้การสัญจรทางรถไฟต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้า โดยมีแผนเร่งซ่อมแซมให้กลับมาให้บริการได้ภายใน 1–2 วันตามการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากเหตุระเบิดบริเวณรางแล้ว เหตุการณ์ป่วนยังมีลักษณะการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ เช่น การเผายาง เผากล้องวงจรปิด และเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและการให้บริการแก่ประชาชน
| พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ | ลักษณะความเสียหาย |
|---|---|
| รอยต่อสถานีมะรือโบ–ตันหยงมัส | รางรถไฟฉีกขาด หมอนรองรางคอนกรีตเสียหาย |
| เสาไฟฟ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ | พบวัตถุระเบิด 2 จุด แต่เสาไม่ล้ม |
| อบต.บองอ, ศรีสาคร, ช้างเผือก, บาเจาะ | อาคารและทรัพย์สินของท้องถิ่นถูกทำลาย |
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำการสำรวจข้อมูลความเสียหายที่ส่งผลต่อการให้บริการประชาชนเพื่อจัดทำวงเงินในการซ่อมฟื้นฟูและเยียวยา ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดลำดับความจำเป็นของงานซ่อมแซมที่ต้องดำเนินการก่อนหลัง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าการปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เป็นไปด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในบริเวณที่พบสิ่งต้องสงสัย เพื่อป้องกันอันตรายต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่เอง ขณะเดียวกันกำลังสืบสวนเพื่อติดตามผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นที่ยังหลบหนีต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายด้านความมั่นคงและการรักษาความปลอดภัยสาธารณะที่ต้องการการประสานงานของหน่วยงานทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วและปลอดภัย