อาชญากรรม ระแงะ นราธิวาส (67)

ปะทะเดือดเทือกเขาตะเว นราธิวาส เจ้าหน้าที่ยันวิสามัญผู้ต้องสงสัย 2 ศพ

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจ้ง หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมพบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบริเวณเทือกเขาตะเว รอยต่ออำเภอระแงะ-เจาะไอร้อง เกิดการปะทะ ผลตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นผู้มีหมายจับหลายคดี

ปะทะเดือดเทือกเขาตะเว นราธิวาส เจ้าหน้าที่ยันวิสามัญผู้ต้องสงสัย 2 ศพ
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าแจ้งเหตุหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมพร้อมหน่วยเฉพาะกิจผสม ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ป่าภูเขาเทือกเขาตะเว ก่อนเกิดการปะทะกันเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

พื้นที่เกิดเหตุและการปฏิบัติการ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างตำบลบองอ อำเภอระแงะ กับตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาและป่ารกทึบ หน่วยงานความมั่นคงระบุว่าเป็นการปฏิบัติการเพื่อพิสูจน์ทราบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ ทั้งนี้การดำเนินการของหน่วยปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อยับยั้งการก่อเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและบุคลากรของรัฐ

ผลการตรวจพิสูจน์ตัวบุคคล

การตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองรายคือ นายอูเซ็ง มามะ อายุ 46 ปี และ นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง อายุ 37 ปี ทั้งสองมีหมายจับคงค้างในคดีเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบและคดีอาญาหลายหมาย

ชื่อ อายุ จำนวนหมายจับ (ตามที่แจ้ง) คดีเด่นที่ระบุในหมายจับ
นายอูเซ็ง มามะ 46 ปี 6 หมาย คดีปะทะบนเขา, บุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง, วางเพลิง/ยิง เจ้าหน้าที่, ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธและความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง 37 ปี 3 หมาย คดีลอบยิงและเผาบ้านเรือนประชาชน, ยิงและระเบิดกองร้อยทหารพราน

การดำเนินการหลังเหตุและข้อกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้เก็บรวบรวมหลักฐานจากจุดเกิดเหตุและทำการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลตามกระบวนการเพื่อประกอบสำนวน การที่ผู้เสียชีวิตปรากฏมีหมายจับหลายหมายสะท้อนว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

ในกรณีปะทะตายเช่นนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการทั้งการตรวจพิสูจน์หลักฐาน การแจ้งญาติ และการบันทึกเหตุการณ์ตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม

ผลกระทบต่อพื้นที่และความเคลื่อนไหวต่อไป

เหตุปะทะในพื้นที่เทือกเขาตะเวมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และปฏิบัติการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายและซ่อนตัวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง การจับกุมหรือการวิสามัญบุคคลที่มีหมายจับอาจลดความสามารถในการก่อเหตุของกลุ่มบางกลุ่มลงในระยะสั้น แต่ในทางกลับกันยังอาจส่งผลให้เกิดการตอบโต้หรือการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ยังหลงเหลือ

  • หน่วยงานความมั่นคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ต้องเพิ่มมาตรการคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
  • กระบวนการยุติธรรมต้องเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและแจ้งญาติของผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ระเบียบการนำศพ และขั้นตอนการสอบสวนเพิ่มเติมเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องรายงานผลต่อสาธารณชนตามกรอบของกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำความท้าทายด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หน่วยงานรัฐยังคงต้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

67นราธิวาส

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นราธิวาส ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว