สระ 20 ล้านยังไม่พร้อมให้บริการ
กรณีโครงการก่อสร้างสระว่ายน้ำบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา หรือสวน ร.5 ถนนพิชิตบำรุง อำเภอเมืองนราธิวาส ถูกจับตาเรื่องความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ กลายเป็นประเด็นตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ หลังโครงการมูลค่า 20 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จ รับมอบงาน และมีการเบิกจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างครบถ้วนแล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถเข้าใช้บริการสระว่ายน้ำได้เป็นเวลานานถึง 9 เดือน
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 15 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงานเข้าตรวจสอบโครงการ พร้อมหารือกับนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ข้อมูลที่ปรากฏจากการตรวจสอบชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการวางระบบและการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดใช้งานด้วย
“ตลกร้ายประเทศไทย! สร้างสระว่ายน้ำ 20 ล้านเสร็จ จ่ายครบ แต่เปิดใช้งานไม่ได้”
ถ้อยคำดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อสะท้อนข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคม อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของการตรวจสอบอยู่ที่ข้อเท็จจริงของโครงการและแนวทางแก้ไข ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่าก่อสร้างเสร็จหรือไม่ เพราะอาคารและอุปกรณ์ที่ยังไม่สามารถให้บริการได้ ย่อมทำให้ประโยชน์ที่ควรเกิดขึ้นกับประชาชนต้องหยุดชะงัก แม้หน่วยงานเจ้าของโครงการจะรับมอบงานและจ่ายเงินตามสัญญาไปแล้วก็ตาม
ระบบไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
ตัวแทนเทศบาลเมืองนราธิวาสให้ข้อมูลว่า สาเหตุหลักที่สระยังเปิดไม่ได้มาจากการไม่มีกระแสไฟฟ้าจ่ายให้อาคารและระบบต่าง ๆ ของสระว่ายน้ำ ปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงกับการประมาณการกำลังไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการใช้งาน ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำขอบเขตงานและรายละเอียดเงื่อนไข หรือ TOR ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ไม่สามารถรองรับการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมดได้
เมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จ แต่ระบบสาธารณูปโภคสำคัญไม่พร้อม ย่อมทำให้การส่งมอบอาคารไม่เท่ากับการเปิดบริการจริงสำหรับประชาชน กรณีนี้จึงสะท้อนความจำเป็นของการตรวจสอบความต้องการใช้งานตั้งแต่ก่อนประกาศจัดจ้าง ตั้งแต่ขนาดกำลังไฟ อุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกัน ไปจนถึงความพร้อมของพื้นที่และงบประมาณที่ต้องใช้หลังการก่อสร้าง การกำหนดรายละเอียดไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง อาจทำให้หน่วยงานต้องจัดหางบประมาณเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาภายหลัง
| ประเด็น | ข้อมูลจากการตรวจสอบ |
|---|---|
| งบประมาณโครงการ | 20 ล้านบาท |
| สถานะการก่อสร้าง | ก่อสร้างเสร็จ รับมอบ และจ่ายเงินครบ |
| ระยะเวลาที่ไม่เปิดใช้งาน | 9 เดือน |
| อุปสรรคหลัก | ระบบไฟฟ้าไม่รองรับการทำงานของสระ |
พบความเสี่ยงจากตำแหน่งห้องเครื่อง
นอกจากปัญหากระแสไฟฟ้า คณะผู้ตรวจสอบยังพบข้อกังวลด้านการออกแบบอาคารและการจัดวางอุปกรณ์ โดยห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบสระว่ายน้ำ รวมถึงตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า อยู่บริเวณชั้นล่างซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตำแหน่งดังกล่าวทำให้ทรัพย์สินของราชการมีความเสี่ยง หากเกิดน้ำท่วมซ้ำก่อนมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
ความเสี่ยงนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับพื้นที่เมืองนราธิวาส ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นต้องคำนึงถึงผลกระทบจากน้ำท่วมในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินสาธารณะ การนำอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าไปไว้ในจุดที่อาจมีน้ำเข้าถึง จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งประเมินทั้งด้านความปลอดภัย ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง ไม่ใช่เพียงรอให้เกิดเหตุแล้วจึงซ่อมแซม เพราะความเสียหายของระบบไฟฟ้าอาจกระทบต่อการเปิดให้บริการในระยะยาว
เสนอใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าระหว่างแก้ระบบถาวร
จากการตรวจสอบ ป.ป.ช. และ สตง. เสนอแนวทางแก้ปัญหาเป็นลำดับ โดยระยะสั้นให้เทศบาลจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เพื่อเดินระบบสระว่ายน้ำไปก่อน และลดความเสื่อมสภาพของวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ส่วนการแก้ไขระยะยาวคือการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้สมบูรณ์และสามารถเปิดบริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
- จัดหาแหล่งจ่ายไฟสำรองเพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้ในระยะเบื้องต้น
- แก้ไขระบบไฟฟ้าหลักให้มีกำลังเพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งานจริง
- เร่งวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมสำหรับตู้ไฟฟ้าและห้องเครื่อง
- ติดตามผลการแก้ไขให้โครงการเกิดประโยชน์ต่อประชาชนตามวัตถุประสงค์
ข้อเสนอทั้งสามด้านสะท้อนว่าการแก้ปัญหาจำเป็นต้องดำเนินการพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาใช้ชั่วคราวแล้วสิ้นสุดเรื่อง เพราะแหล่งจ่ายไฟสำรองอาจช่วยให้ระบบเดินหน้าได้ในเบื้องต้น แต่เทศบาลยังต้องแก้ไขโครงสร้างระบบไฟฟ้าหลักและจัดการจุดเสี่ยงน้ำท่วม เพื่อให้สระว่ายน้ำสามารถให้บริการได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
ป.ป.ช.ติดตามผลการดำเนินงาน
สำนักงาน ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะติดตามผลการแก้ไขของเทศบาลเมืองนราธิวาส ประเด็นที่สังคมต้องการเห็นจึงอยู่ที่ความชัดเจนของแผนงาน ระยะเวลา และการใช้งบประมาณเพิ่มเติมว่าจะดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องกับข้อเสนอของหน่วยงานตรวจสอบ ขณะเดียวกัน การเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนจะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าโครงการซึ่งใช้งบประมาณสาธารณะสามารถกลับมาใช้งานได้จริงเมื่อใด
กรณีสระว่ายน้ำแห่งนี้ยังเป็นบทเรียนต่อการจัดทำโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่การสำรวจความต้องการ การออกแบบ การคำนวณระบบประกอบอาคาร การกำหนด TOR ไปจนถึงการตรวจรับงาน เพราะความสำเร็จของโครงการไม่ควรวัดเพียงการก่อสร้างเสร็จและเบิกจ่ายครบ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าอาคารและอุปกรณ์สามารถทำหน้าที่ตามเป้าหมาย และประชาชนได้รับบริการจากทรัพย์สินของรัฐจริงหรือไม่