ชาวจังหวัดน่านออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง จังหวัด และ ตำรวจ เร่งตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่งที่โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์และด่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ โดยชาวบ้านระบุว่าข้อความและภาพที่นำเสนออาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดซึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ
ชาวน่านกังวลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
เนื้อหาที่ถูกโพสต์มีทั้งการใช้ถ้อยคำเหน็บแนม ติเตียนพฤติกรรมนักท่องเที่ยว และมีการนำภาพที่สร้างด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาลงประกอบ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ชาวน่านเห็นตรงกันว่าการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวหากขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีความเสี่ยงสร้างความเสียหายไม่เพียงต่อความรู้สึกของบุคคล แต่ยังอาจกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นด้วย
“ถนนโค้งเลข 3 แขนมันหนักกันเหรอ เห็นจูงมือกันเป็นคู่ ๆ เลย กูจะถ่ายภาพ รำคาญ!”
“คนกรุงเทพฯ ขับรถ หัดเปิดไฟเลี้ยวบ้างนะค่ะ ถ้าเปิดไม่เป็นคนน่านจะสอนเปิดให้ค่ะ”
“ช่วงนี้ถนนโค้งเลข 3 คนเยอะ อย่าเดินออกถนนล่ะ หน้ายิ่งเหมือนกบอยู่ รถจะเหยียบเอานะ”
ตัวอย่างข้อความข้างต้นเป็นหนึ่งในเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ โดยชาวน่านชี้ว่าเนื้อหาลักษณะนี้ไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับยิ่งขยายความตึงเครียดระหว่างผู้มาเยือนและคนในท้องถิ่น
เรียกร้องความรับผิดชอบและการตรวจสอบจากหน่วยงาน
ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องพิจารณา หากพบการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายให้ดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อป้องกันการสร้างความเสียหายในวงกว้าง นอกจากนี้ยังขอให้ผู้ดูแลเพจแสดงความรับผิดชอบต่อการเผยแพร่เนื้อหา
ผู้ร้องเรียนย้ำว่าภาพลักษณ์ของจังหวัดเป็นผลจากความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ชุมชน และหน่วยงานรัฐ การเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอาจทำลายความพยายามที่สะสมมานาน
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่น่าเป็นห่วง
ท้องถิ่นที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวมองว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจมาเยือน หากข้อมูลด้านลบเผยแพร่ออกไป อาจลดจำนวนนักท่องเที่ยว ส่งผลต่อรายได้โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการนำเที่ยว และชุมชนที่รับจ้างนำทางหรือจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
- ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวลดลง
- ผลกระทบต่อรายได้ผู้ประกอบการท้องถิ่น
- ความเข้าใจผิดระหว่างคนในพื้นที่กับผู้มาเยือนเพิ่มขึ้น
ข้อเรียกร้องที่ชาวน่านเสนอรวมถึงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเนื้อหาและที่มาของภาพ รวมทั้งพิจารณาว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือเข้าข่ายการหมิ่นประมาทหรือไม่ เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและรักษาชื่อเสียงของจังหวัด
สิ่งที่หน่วยงานและประชาชนควรดำเนินการร่วมกัน
| ประเด็น | แนวทางที่เสนอ |
|---|---|
| ตรวจสอบเนื้อหา | หน่วยงานทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายหากพบความผิด |
| สร้างความเข้าใจ | ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบ |
| เสริมภาพลักษณ์ | หน่วยงานท่องเที่ยวร่วมกับชุมชนทำแคมเปญประชาสัมพันธ์เชิงบวก |
ชาวน่านตั้งข้อสังเกตว่า การจัดการกับข่าวลบและข้อมูลผิดพลาดบนโลกออนไลน์จำเป็นต้องอาศัยทั้งการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือของประชาชนเอง โดยเฉพาะการไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการขยายผลความเข้าใจผิดและลดผลกระทบต่อชุมชน
ขณะที่เรื่องนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงในพื้นที่ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีคำชี้แจงเป็นทางการ ประชาชนในจังหวัดน่านต่างจับตามองการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและปกป้องภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดในระยะยาว