จังหวัดน่านเผชิญปัญหาถนนและสะพานชำรุดเสียหายหลายจุดหลังฝนตกหนักและดินสไลด์ ทำให้การสัญจรระหว่างชุมชนถูกตัดขาด ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และการเข้าถึงบริการจำเป็น ข้อมูลจากการตรวจสอบพบจุดที่ได้รับผลกระทบรวม 12 จุด โดยหนักสุดในพื้นที่อำเภอปัว
ปัญหาเชิงพื้นที่และผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่
จากการลงพื้นที่และการตั้งกระทู้ถามต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 นายมังกร ศรีเจริญกูล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน ระบุว่าจังหวัดได้รับผลกระทบรุนแรงจากฝนตกหนักสองระลอกในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งปริมาณฝนสะสมสูงกว่ามาตรฐาน ทำให้เกิดกระแสน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์เข้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง
ความเสียหายไม่เพียงแต่เป็นงานช่างหรือโครงสร้างทาง แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของครัวเรือนและชุมชน เช่น การส่งผลผลิตทางการเกษตรไปตลาด การเดินทางไปรับบริการสาธารณสุข และการเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นรายได้สำคัญในฤดูหนาว
งบประมาณและแนวทางแก้ไขฉุกเฉิน
เบื้องต้นการประเมินความเสียหายระบุวงเงินซ่อมแซมเบื้องต้นกว่า 253 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูจุดที่ได้รับผลกระทบเร่งด่วน โดยเฉพาะในอำเภอปัวที่มีความเสียหายถึง 8 จุด ขณะที่อีกบางจุดอยู่ในอำเภอภูเพียงและพื้นที่เชื่อมต่อ
“การฟื้นฟูทางหลวงแผ่นดินที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ อำเภอปัว จังหวัดน่าน”
คำร้องจากผู้แทนของพื้นที่ถูกยกขึ้นมาในที่ประชุมเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขเชิงเร่งด่วนและหาทุนสนับสนุนการซ่อมแซม โดยมีการเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อเร่งฟื้นฟูและป้องกันผลกระทบที่ยืดเยื้อจนถึงปีต่อไป
ตัวอย่างจุดได้รับความเสียหาย
จุดที่ต้องเร่งซ่อมแซมมีทั้งสะพานและทางหลวงที่ถูกน้ำกัดเซาะจนฐานรากเสียหาย ตลอดจนถนนไหล่ทางทรุดตัวและคอสะพานที่ต้องป้องกันการพังทลายเพิ่มเติม ตัวอย่างสำคัญได้แก่
- สะพานบนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำอย่างหนัก
- สะพานบ้านตีนตก–บ้านแอน บนทางหลวงหมายเลข 1371 ขาดจนไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ
- คอสะพานบ้านนาแลถูกกัดเซาะฐานราก จำเป็นต้องเสริมความมั่นคง
| ตัวชี้วัด | ข้อมูลเบื้องต้น |
|---|---|
| จำนวนจุดเสียหาย | 12 จุด |
| อำเภอที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด | อำเภอปัว (8 จุด) |
| งบประมาณซ่อมแซมเบื้องต้น | กว่า 253 ล้านบาท |
ความคาดหวังของชุมชนและแนวทางต่อไป
ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการทั้งการซ่อมแซมชั่วคราวเพื่อให้การสัญจรกลับมาเป็นปกติ และการออกแบบฟื้นฟูที่คำนึงถึงการป้องกันภัยพิบัติซ้ำซ้อนในอนาคต โดยต้องมีการสำรวจข้อมูลเชิงวิศวกรรมและการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน ทางแขวงทางหลวงน่านที่ 2 และหน่วยงานท้องถิ่นอยู่ระหว่างการสำรวจรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อทำรายงานเสนอขอรับงบประมาณจากส่วนกลาง รวมทั้งการจัดลำดับความสำคัญของการซ่อมแซมตามผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการของประชาชน
สำหรับชาวบ้านและผู้ใช้เส้นทางเป็นประจำ ขณะนี้แนะนำให้ตรวจสอบข่าวสารการปิด/เลี่ยงเส้นทางจากหน่วยงานราชการท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงการสัญจรในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการวางแผนการจัดการภัยพิบัติอย่างยั่งยืน ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศและการจัดสรรงบประมาณสำรองสำหรับการฟื้นฟูฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้การคมนาคมของชุมชนต้องหยุดชะงักซ้ำแล้วซ้ำเล่า