เมื่อวันที่ผ่านมา มูลนิธิฮารนามซิงห์ฮารบันส์กอร์ (สัจจเทพ) ภายใต้การนำของ ท่านกูรมัคซิงห์ เดอร์ซิงห์ สัจจเทพ พร้อมคณะ เดินทางมาส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยให้ความช่วยเหลือทั้งด้านสิ่งของและการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
การช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่และจำนวนครัวเรือน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเป้าชุมชนในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา มีการแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นและการปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสนับสนุนด้านการลำเลียงสิ่งของโดยหน่วยงานท้องถิ่นและกองกำลังสนับสนุน
| หมู่บ้าน/ตำบล | อำเภอ | ครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือ |
|---|---|---|
| บ้านร้อง (ตำบลปัว) | ปัว | 465 |
| บ้านปรางค์ | ปัว | 215 |
| บ้านเฮี้ย (ตำบลศิลาแลง) | ปัว | 160 |
| บ้านบั่ว (ตำบลยม) | ท่าวังผา | 26 |
| รวม | 866 ครัวเรือน | |
รูปแบบความช่วยเหลือและภาคีเครือข่าย
สิ่งของที่แจกจ่ายแก่ชุมชนมีทั้งถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ โดยมีการสนับสนุนด้านการขนส่งและกำลังพลจากหน่วยงานหลายฝ่ายเพื่อให้การส่งมอบเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
- สิ่งของบรรเทาทุกข์ เช่น ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค
- เครื่องนอน และอาหารพร้อมน้ำดื่มสำหรับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
- การสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ โดยรถบรรทุก 6 ล้อ และกำลังพลจาก มณฑลทหารบกที่ 38
ภารกิจลำเลียงสิ่งของได้รับการสนับสนุนจาก โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร อำเภอเมืองน่าน ขณะที่ มณฑลทหารบกที่ 38 (ศบภ.มทบ.38) จัดกำลังพลและยานพาหนะเพื่อช่วยขนส่งและสนับสนุนปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย
การฟื้นฟูพื้นที่หลังภัย
นอกจากการแจกสิ่งของแล้ว กำลังพลร่วมกับส่วนราชการท้องถิ่นและผู้นำชุมชนได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยมีกิจกรรมหลักคือการทำความสะอาดพื้นที่ที่เต็มไปด้วยดินโคลน ขนย้ายขยะและสิ่งของที่เสียหาย รวมถึงซ่อมแซมและทำความสะอาดถนนเพื่อเปิดใช้เส้นทางคมนาคมอีกครั้ง
การคืนสภาพสิ่งแวดล้อมและเปิดเส้นทางจราจรถือเป็นหัวใจของการช่วยเหลือระยะต้น เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นได้เร็วขึ้น
ผลสะท้อนต่อชุมชนและความร่วมมือในพื้นที่
การที่มูลนิธิเอกชนร่วมมือกับหน่วยงานทหาร โรงเรียน และผู้นำชุมชน เป็นตัวอย่างของการระดมทรัพยากรจากหลายภาคส่วนเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล การประสานงานเช่นนี้ช่วยให้การส่งมอบความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างเป็นระบบ และลดความล่าช้าในการให้บริการเบื้องต้น
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การกลับมาของภารกิจทำความสะอาดและการได้รับสิ่งของจำเป็นไม่เพียงบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น แต่ยังเป็นแรงสนับสนุนให้ชุมชนสามารถวางแผนฟื้นฟูระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ยังมีความเปราะบางต่อฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ชุมชนยังต้องการการติดตามและการสนับสนุนเพิ่มเติมทั้งในด้านที่อยู่อาศัย สุขอนามัย และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน จึงจำเป็นที่ภาคีต่าง ๆ จะยังคงประสานความช่วยเหลือต่อเนื่องเพื่อให้การฟื้นตัวของพื้นที่เป็นไปอย่างยั่งยืน