มาตรการเยียวยาเร่งด่วนและกรอบการศึกษาแก้ปัญหาระยะยาว
เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ผ่านมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยระบุว่าได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพิจารณาปรับกฎเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา เพื่อให้การช่วยเหลือมีความชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น
ในส่วนของการเยียวยาระยะสั้น รัฐมนตรียืนยันว่าได้ปรับเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยเป็น เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเทียบกับเกณฑ์เดิมที่ประกาศไว้ โดยเกณฑ์ใหม่นี้ได้เริ่มปรับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา แต่จะไม่มีผลย้อนหลังกับเหตุการณ์ก่อนการปรับเกณฑ์
การสำรวจความเสียหายและงบประมาณ
แหล่งข่าวจากกระทรวงระบุว่า ขณะนี้การสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรกรรมได้ดำเนินการแล้วประมาณ ร้อยละ 80 ของพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขงบประมาณที่จะใช้เยียวยาโดยรวมได้ในขณะนี้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีย้ำว่าเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเยียวยาในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ใหม่
"เกณฑ์ใดที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลจะดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประสบภัย"
มุมมองต่อการแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก
นายสุริยะยังชี้ว่า ปัญหาอุทกภัยซ้ำซากเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการกักเก็บน้ำ ส่งผลให้ต้องมีการจ่ายเงินเยียวยาซ้ำทุกปี ซึ่งเป็นภาระทั้งด้านงบประมาณและคุณภาพชีวิตของประชาชน
เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขระยะยาว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เริ่มศึกษาลุ่มน้ำต่างๆ เพื่อนำเสนอโครงการกักเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่เข้ารองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยสำหรับจังหวัดน่าน มีแผนงานที่เคยศึกษาคือโครงการ คลองเลี่ยงเมือง ซึ่งระบุว่าอาจมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณประมาณ 20,000 ล้านบาท ขณะรัฐบาลกำลังพิจารณาแหล่งงบและการผูกพันงบประมาณในระยะต่อไป
- เกณฑ์เยียวยา ปรับเพิ่มเป็นเท่าตัว เริ่มใช้ตั้งแต่พ.ศ. 2565 แต่ไม่มีผลย้อนหลัง
- การสำรวจ ความเสียหายพื้นที่เกษตรกรรมดำเนินการแล้วประมาณร้อยละ 80
- แนวทางระยะยาว ศึกษากักเก็บน้ำขนาดกลาง-ใหญ่ และโครงการคลองเลี่ยงเมืองในจังหวัดน่าน
ความหมายต่อชุมชนและขั้นตอนถัดไป
การปรับเกณฑ์เยียวยาเป็นเท่าตัวจะช่วยให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบได้รับการชดเชยที่สูงขึ้นในทางตรง แต่ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับแผนการจัดสรรงบประมาณและระยะเวลาในการจ่ายเงินให้ถึงมือผู้เดือดร้อนจริง ทั้งนี้การสำรวจความเสียหายนับร้อยละ 80 ที่รายงานยังต้องนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อกำหนดวงเงินที่ชัดเจนและแผนปฏิบัติการด้านการฟื้นฟู
สำหรับโครงการกักเก็บน้ำหรือคลองเลี่ยงเมืองที่มีการศึกษาไว้แล้ว หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้า จะต้องมีการพิจารณารายละเอียดด้านงบประมาณแหล่งที่มาที่ชัดเจน รวมถึงการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นก่อนลงมือก่อสร้าง เพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแทนการพึ่งพาการเยียวยาประจำปี
| ประเด็น | สถานะตามข้อมูล |
|---|---|
| การปรับเกณฑ์เยียวยา | เพิ่มเป็นเท่าตัว เริ่มตั้งแต่พ.ศ. 2565 (ไม่ย้อนหลัง) |
| การสำรวจความเสียหาย | ดำเนินการแล้วประมาณร้อยละ 80 |
| โครงการกักเก็บน้ำที่ศึกษา | คลองเลี่ยงเมืองสำหรับจังหวัดน่าน (ประมาณงบ 20,000 ล้านบาท เป็นค่าศึกษา/ประมาณการ) |
สรุปได้ว่า ขณะนี้นโยบายของกระทรวงมุ่งแก้ปัญหาในสองแนวทางคือการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบภัยทันทีด้วยอัตราที่สูงขึ้น และการศึกษาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวน่านและภาคเกษตรเฝ้าติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดต่อไป