เวียงสา — ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน เพื่อขอให้ติดตามการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งหลังจากต้องเผชิญปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำน่านต่อเนื่องนานกว่า 30 ปี ส่งผลให้ที่ดิน บ้านเรือน และระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายมากขึ้น
ประวัติการกัดเซาะและผลกระทบที่ต่อเนื่อง
ผู้นำชุมชนและชาวบ้านระบุว่าแนวตลิ่งถูกกัดเซาะตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2530 เป็นต้นมา โดยการกัดเซาะดำเนินไปเป็นช่วงๆ ทำให้ผืนดินริมแม่น้ำน่านค่อยๆ สูญหายและแนวการกัดเซาะเคลื่อนเข้ามาใกล้พื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น ในช่วงปี พ.ศ.2568–2569 ระดับน้ำและความรุนแรงของกระแสน้ำเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีสันดอนงอกฝั่งตรงข้าม ซึ่งเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำเมื่อเกิดน้ำหลาก ส่งผลให้แรงกัดเซาะรุนแรงขึ้น
นอกจากความเสี่ยงต่อบ้านเรือนและที่ดินทำกินแล้ว ชาวบ้านยังรายงานว่าระบบสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบจริง โดยบริเวณจุดสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าซึ่งติดตั้งอยู่แนวตลิ่ง ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจน ท่อส่งน้ำบางส่วนหลุดหายไป ทำให้การจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของชุมชนลดความพร้อมรับมือ
เสียงจากชุมชนและการเรียกร้อง
วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 ตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นเรื่องผ่านผู้ใหญ่บ้านสถิต ปันจันตา ไปยังนายมังกร ศรีเจริญกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน ขอให้ช่วยติดตามงบประมาณและการดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งอย่างเป็นรูปธรรม ชาวบ้านระบุว่าหากยังไม่มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจนเกรงว่าจะเกิดการพังทลายวงกว้างเมื่อเกิดน้ำหลากรุนแรงในอนาคต
- ระยะเวลาการกัดเซาะ: ตั้งแต่ พ.ศ.2530 ถึงปัจจุบัน (กว่า 30 ปี)
- ผลกระทบสำคัญ: บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินถูกกัดเซาะ สูญเสียผืนดิน
- ผลกระทบต่อสาธารณูปโภค: จุดสูบน้ำถูกกัดเซาะท่อส่งน้ำหลุดหาย
- การเรียกร้อง: ขอให้ติดตามงบประมาณและก่อสร้างแนวป้องกัน
ผู้ได้รับผลกระทบบางคน เช่น นายวิชัย เลาคำ และนางคำผุ้ย จันต๊ะโมกข์ ได้แจ้งปัญหาต่อผู้ใหญ่บ้านและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่และเร่งดำเนินการ ก่อนที่แนวตลิ่งจะขยับเข้าใกล้พื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น
ข้อเท็จจริงที่หน่วยงานต้องพิจารณา
จากข้อมูลที่ชาวบ้านนำเสนอ ปัญหาการกัดเซาะมีความต่อเนื่องและมีปัจจัยซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนทิศทางการไหลของแม่น้ำเมื่อเกิดสันดอนฝั่งตรงข้าม ซึ่งทำให้แรงกัดเซาะเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลา ข้อสังเกตดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าแนวทางจัดการต้องคำนึงทั้งด้านวิศวกรรม การฟื้นฟูแนวริมตลิ่ง และการปรับวิถีการใช้ที่ดินริมแม่น้ำ
การแก้ปัญหาอาจรวมถึงการสำรวจเชิงวิศวกรรมเพื่อกำหนดจุดเสี่ยงที่ต้องเร่งดำเนินการ การออกแบบแนวป้องกันที่เหมาะสมกับสภาพน้ำและตลิ่งในพื้นที่ รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
แนวทางปฏิบัติสำหรับชาวบ้านก่อนดำเนินการก่อสร้าง
ในระหว่างรอการก่อสร้าง แนวปฏิบัติที่สามารถลดความเสี่ยงได้ชั่วคราว ได้แก่ การเฝ้าระวังสถานการณ์ในฤดูฝน การย้ายสิ่งของมีค่าออกจากบริเวณเสี่ยง และการแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อพบการกัดเซาะรุนแรงขึ้น แต่ชาวบ้านยอมรับว่ามาตรการชั่วคราวไม่อาจทดแทนการก่อสร้างแนวป้องกันที่มีหลักวิศวกรรม
ปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำน่านในตาลชุมเป็นตัวอย่างของผลกระทบระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำและสภาพภูมิประเทศ ซึ่งต้องการการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและทรัพยากรน้ำ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวางแผนและติดตามการดำเนินงาน เพื่อปกป้องความมั่นคงของที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภคในอนาคต