สิ่งแวดล้อม มะขาม จันทบุรี (53)

น้ำกัดเซาะตลิ่งอ.มะขาม ฝายชำรุดทำบ้าน 2 หลังเสียหาย จังหวัดเร่งใช้บิกแบ็กงบ 2.6 ล้านแก้ด่วน

มวลน้ำกัดเซาะตลิ่งบริเวณฝายชำรุดในตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ทำให้บ้านเรือน 2 หลังได้รับความเสียหายและต้นผลไม้ถูกพัดโค่น ขณะหน่วยงานจังหวัดประชุมวางแผนใช้งบฉุกเฉินราว 2.6 ล้านบาท วางกระสอบบิกแบ็กและเคลื่อนเครื่องจักรหนักสกัดกระแสน้ำไม่ให้ลุกลาม

น้ำกัดเซาะตลิ่งอ.มะขาม ฝายชำรุดทำบ้าน 2 หลังเสียหาย จังหวัดเร่งใช้บิกแบ็กงบ 2.6 ล้านแก้ด่วน
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

เกิดเหตุน้ำกัดเซาะตลิ่งบริเวณฝายชำรุดในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านปึก ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้ฝายเกิดการชำรุดและกระแสน้ำไหลรุนแรงกัดเซาะแนวตลิ่งจนเกิดดินสไลด์ กระทบต่อบ้านเรือนของประชาชนจำนวน2 หลัง โดยเฉพาะห้องน้ำของบ้านทั้งสองหลังพังเสียหาย ขณะที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ความเสียหายจำแนกตามประเภท

รายการ จำนวน/สภาพ
บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2 หลัง (ห้องน้ำพัง)
ต้นผลไม้ถูกกระทบ มังคุด 4 ต้น, ทุเรียนเล็ก 14 ต้น
ผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต ไม่มี
งบประมาณเบื้องต้น ประมาณ 2.6 ล้านบาท (งบฉุกเฉิน)

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หวั่นวิตกเกี่ยวกับการทรุดตัวของดินและการขยายตัวของการกัดเซาะ โดยทางจังหวัดจันทบุรีได้จัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งด่วน เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้นและแผนป้องกันในระยะยาว

มาตรการเร่งด่วนและการสกัดกระแสน้ำ

ที่ประชุมซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และนายอำเภอมะขาม เห็นชอบใช้เงินจากระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉินเป็นเงินประมาณ2.6 ล้านบาท สำหรับการแก้ไขเฉพาะหน้า

  • นำกระสอบบิกแบ็กไปปิดช่องทางที่กระแสน้ำไหลเข้ากัดเซาะ เพื่อชะลอการพังทลาย
  • ใช้งานเครื่องจักรหนัก ได้แก่ รถเครนและรถแบ็กโฮ เคลื่อนย้ายลงไปวางในจุดเสี่ยงเป็นแนวเสริมความมั่นคง
  • วางแผนเสริมความแข็งแรงของแนวตลิ่งและการเบี่ยงทางน้ำเพื่อลดแรงกัดเซาะ

การดำเนินการขั้นต้นมุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้กระแสน้ำกัดเซาะขยายวงและลดความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของประชาชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสลับหมุนเวียนกำลังและเครื่องจักรลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางระยะยาว

นอกจากความเสียหายต่อบ้านเรือนแล้ว เหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อสวนผลไม้ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นฐานรายได้ของครอบครัวทั้งในรูปของผลผลิตและทรัพย์สินทางการเกษตร สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อจากมาตรการฉุกเฉินคือการออกแบบแนวป้องกันตลิ่งที่เหมาะสม ทั้งการปรับปรุงฝาย การย้ายจุดรับน้ำ หรือการสร้างโครงสร้างคอนกรีตเสริมความแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานระยะยาวต้องมีการศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศและการระบายน้ำของพื้นที่โดยรอบ

เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและจังหวัดจะเป็นผู้ประสานงานเพื่อสำรวจความเสียหายโดยละเอียดและจัดลำดับความสำคัญในการซ่อมแซม ทั้งนี้การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการฟื้นฟูระยะยาวอาจต้องใช้ขั้นตอนการเสนอผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระเบียบราชการ

ในสถานการณ์เช่นนี้ ประชาชนในพื้นที่ควรระมัดระวังไม่เข้าใกล้บริเวณที่ดินทรุดหรือขอบตลิ่งที่แตกระแหง และติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการอพยพหรือการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มเติม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดฝายชำรุดและแนวตลิ่งที่เสียหายอย่างต่อเนื่องเพื่อกำหนดแนวทางซ่อมแซมที่เหมาะสมต่อไป

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

53จันทบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น จันทบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว