เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญที่เป็นเจ้าของล้งทุเรียนรายหนึ่งในพื้นที่ หลังผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนหญิงอายุ 17 ปีเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี โดยเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา พรากผู้เยาว์ และการพาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร
การจับกุมและการสืบสวน
คำสั่งนำกำลังปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ มีการสืบสวนและสกัดกั้นตามพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนรวบรวมจนยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดจันทบุรี และศาลออกหมายจับที่ 170/2569 ลงวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569 ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ตำบลเกาะขวาง อำเภอเมืองจันทบุรี จึงนำกำลังเฝ้าติดตามโดยพบผู้ต้องหาเดินอยู่บริเวณถนนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน ก่อนจะแสดงหมายและควบคุมตัวไปยังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี
“ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรียืนยันจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน”
ข้อกล่าวหาและการรับสารภาพเบื้องต้น
ผู้ต้องหาซึ่งปรากฏชื่อในเอกสารว่า นายไพโรจน์ (หรือเรียกในพื้นที่ว่า "แมน"/"จารย์แมน") ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจ และพาผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าพาเยาวชนผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานของล้งทุเรียนเข้าโรงแรมจริง แต่ให้การว่าเป็นการพาไปเพื่อเคลียร์งานและไม่ได้มีเจตนากระทำอนาจาร
พัฒนาการของคดี
สรุปพัฒนาการที่สำคัญของคดีจากข้อมูลที่ได้รับมีดังนี้
- 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569: ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนหญิงวัย 17 ปี พร้อมญาติเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรีเพื่อให้ข้อมูลและยื่นหลักฐาน
- พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดจันทบุรี
- 4 กันยายน พ.ศ. 2569: ศาลออกหมายจับที่ 170/2569 และเจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ภายในพื้นที่ตำบลเกาะขวาง อำเภอเมืองจันทบุรี
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 28 ส.ค. 2569 | ผู้เสียหายอายุ 17 ปีเข้าแจ้งความและส่งมอบพยานหลักฐาน |
| 4 ก.ย. 2569 | ศาลออกหมายจับและตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ อ.เมืองจันทบุรี |
ผลกระทบต่อชุมชนและความปลอดภัยแรงงาน
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับชุมชนแรงงานภาคเกษตร โดยเฉพาะพนักงานที่ทำงานในล้งผลไม้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานท้องถิ่นและบางส่วนอาจเป็นเยาวชน การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้เสียหายและแรงงานที่มีสถานะเปราะบาง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องร่วมกันตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงาน การให้ความรู้เรื่องสิทธิแรงงาน และช่องทางการร้องเรียนเพื่อป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก
การดำเนินคดีต่อไป
หลังการควบคุมตัว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรีได้ควบคุมผู้ต้องหาเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามพยานหลักฐานต่อไป ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ย้ำว่าผู้ต้องหายังคงมีสิทธิได้รับการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมและถือว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
คดีนี้นับเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนในสถานที่ทำงาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและองค์กรชุมชนควรเร่งสร้างกลไกป้องกันและรองรับผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี