สิ่งแวดล้อม จันทบุรี จันทบุรี (53)

ชาวจันทบุรีตั้งคำถาม หลัง ครม.ไฟเขียวอ่างคลองวังโตนด เสี่ยงน้ำท่วมผืนป่าหมื่นไร่

การอนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดด้วยวงเงินประมาณ <strong>7,200 ล้านบาท</strong> ทำให้เกือบ <strong>12,000 ไร่</strong> ของผืนป่าจันทบุรีเสี่ยงถูกจมน้ำ ประเด็นการจัดสรรน้ำระหว่างเกษตร ประชาชน และอุตสาหกรรม กลายเป็นคำถามหลักของชุมชนและนักอนุรักษ์

ชาวจันทบุรีตั้งคำถาม หลัง ครม.ไฟเขียวอ่างคลองวังโตนด เสี่ยงน้ำท่วมผืนป่าหมื่นไร่
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

อนุมัติกลางกรุง แต่ผลกระทบอยู่ที่ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี ด้วยงบประมาณประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาแหล่งน้ำรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ตัวเลขสำคัญและขอบเขตผลกระทบ

คำประกาศจากรัฐบาลระบุว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะมีความจุราว 99.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ชลประทานประมาณ 87,700 ไร่ อย่างไรก็ดี ข้อมูลพื้นที่ที่จะถูกกักเก็บน้ำแสดงให้เห็นว่าจะมีพื้นที่ป่าถูกจมน้ำรวมประมาณ 11,982 ไร่ ซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของระบบนิเวศท้องถิ่น

ข้อมูลตัวเลข
ความจุอ่างเก็บน้ำ99.5 ล้านลูกบาศก์เมตร
พื้นที่ชลประทานที่รองรับ87,700 ไร่
พื้นที่ป่าที่จะถูกจมน้ำ11,982 ไร่
พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น6,191 ไร่
พื้นที่ป่าสงวนป่าขุนซ่อง5,791 ไร่
จำนวนต้นไม้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง >= 10 ซม.ประมาณ 340,000 ต้น

ความกังวลด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า

ข้อมูลที่เผยแพร่ในพื้นที่แสดงว่าผืนป่าที่จะได้รับผลกระทบประกอบด้วยส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นและป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ ทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่และแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า—รวมถึงช้างป่าและสัตว์ป่าหลายชนิด ซึ่งไม่อาจชดเชยด้วยตัวเงินเพียงอย่างเดียว

เสียงจากท้องถิ่น

“ข่าวนี้อาจเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนกรุงเทพฯ แต่เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนเมืองจันท์” — สรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์)

คำกล่าวจากบุคคลที่ติดตามปัญหานี้สะท้อนความไม่สบายใจในชุมชนต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่นอย่างเพียงพอ ทั้งยังตั้งคำถามถึงการจัดสรรผลประโยชน์จากน้ำที่กักเก็บได้ว่าจะลงถึงชาวสวนและประชาชนทั่วไปในสัดส่วนใด เมื่อเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเพื่อรองรับการพัฒนา EEC

ประเด็นเชิงนโยบายที่ต้องตอบ

โครงการขนาดนี้ยกประเด็นสำคัญหลายด้านที่หน่วยงานรัฐและผู้เกี่ยวข้องต้องชี้แจง ได้แก่:

  • มาตรการลดผลกระทบต่อป่าและสัตว์ป่า พร้อมแผนการชดเชยที่ชัดเจน
  • หลักเกณฑ์การจัดสรรน้ำระหว่างภาคเกษตร ประชาชน และภาคอุตสาหกรรม
  • การมีส่วนร่วมของชุมชนและการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส

ผลประโยชน์กับต้นทุนที่ต้องพิจารณา

รัฐบาลชี้ว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้พื้นที่เกษตรและภาคอุตสาหกรรมของภาคตะวันออก แต่สิ่งที่ปรากฏในพื้นที่คือการแลกเปลี่ยนระหว่างแหล่งน้ำและผืนป่า มูลค่าการก่อสร้างที่ประมาณ 7,200 ล้านบาท จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนโครงการ หากนับรวมมูลค่าทรัพยากรป่าไม้และบริการระบบนิเวศที่อาจหายไป

ทางเลือกและขั้นตอนถัดไป

ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดขั้นตอนถัดไปที่ชัดเจนในเอกสารสาธารณะ นอกจากความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี โครงการยังต้องผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการพิจารณาเชิงเทคนิคในระดับปฏิบัติการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานราชการ นักอนุรักษ์ และชุมชนท้องถิ่นสามารถยื่นข้อเสนอหรือแสดงความกังวลได้

ประชาชนในจังหวัดจันทบุรี เจ้าของพื้นที่ และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมคงต้องติดตามการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อประเมินผลกระทบจริงและความเป็นธรรมในการแบ่งปันน้ำที่ถูกอ้างว่าจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

53จันทบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น จันทบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว