MEA ตรวจหาช่องว่างใต้ผิวจราจรด้วย GPR
วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2569 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ประกาศขยายโครงการสำรวจและตรวจสอบ โพรงใต้ชั้นผิวถนน และทางเท้าบริเวณบ่อพักท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินในจังหวัดสมุทรปราการ โดยนำเทคโนโลยี Ground Penetrating Radar (GPR) เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจหาโพรงหรือความไม่ปกติของชั้นดินใต้ผิวจราจร
MEA ระบุว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโพรงใต้ดิน ซึ่งหากไม่ถูกตรวจพบและแก้ไขแต่เนิ่น ๆ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของผิวจราจร โครงสร้างบ่อพัก และความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้ทางสัญจร
ทำไมต้องใช้ GPR
เทคโนโลยี GPR เป็นวิธีการสำรวจทางธรณีไฟฟ้าที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการตรวจสอบชั้นดินใต้ผิวพื้น โดยสามารถระบุความแตกต่างของวัสดุและช่องว่างใต้พื้นผิวได้ โดยไม่ต้องขุดเปิดพื้นผิวจึงลดผลกระทบต่อการจราจรและระบบสาธารณูปโภคที่ฝังอยู่ การใช้ GPR จึงเหมาะสำหรับการตรวจสอบบริเวณที่มีเครือข่ายสายไฟใต้ดินและบ่อพักท่อร้อยสายไฟ
ประโยชน์ต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐาน
การนำ GPR มาใช้จะช่วยให้การไฟฟ้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนซ่อมแซมและเสริมความมั่นคงให้กับผิวจราจรได้ทันท่วงที ข้อดีที่สำคัญได้แก่
- ลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ จากผิวถนนทรุดหรือการยุบตัวโดยไม่คาดคิด
- ป้องกันความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
- ประหยัดงบประมาณระยะยาว โดยการตรวจพบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ แทนการซ่อมใหญ่หลังเกิดความเสียหาย
- ลดผลกระทบต่อการจราจร เพราะเป็นการตรวจสอบโดยไม่ต้องขุดถนนในเบื้องต้น
| ประเด็น | ผลที่คาดหวัง |
|---|---|
| การตรวจพบโพรง | ซ่อมแซมได้ทันท่วงที ป้องกันการทรุดตัวของถนน |
| การป้องกันระบบไฟฟ้า | ลดการเกิดไฟฟ้าดับจากความเสียหายใต้ดิน |
| ผลกระทบต่อจราจร | ลดการปิดถนนด้วยการตรวจสอบแบบไม่รุกล้ำ |
ผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่สมุทรปราการ
แม้การสำรวจด้วย GPR จะไม่จำเป็นต้องปิดผิวจราจรเป็นวงกว้าง แต่ชุมชนควรตระหนักถึงขั้นตอนการดำเนินงานและการซ่อมบำรุงที่อาจตามมาเมื่อพบโพรงใต้พื้นถนน ประชาชนที่อาศัยหรือทำงานบริเวณใกล้บ่อพักท่อร้อยสายไฟใต้ดินอาจพบการดำเนินการซ่อมแซมเฉพาะจุด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรแจ้งล่วงหน้าและจัดการจราจรเพื่อความปลอดภัย
คำแนะนำสำหรับประชาชน
เพื่อเสริมความปลอดภัยและช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิผล ประชาชนควรสังเกตและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบสัญญาณความผิดปกติดังต่อไปนี้
- ผิวถนนเกิดการแตกร้าวหรือทรุดตัวอย่างฉับพลัน
- น้ำท่วมขังบริเวณเดียวกันเป็นประจำโดยไม่เกี่ยวกับฝนตกหนัก
- มีเสียง空洞หรือเสียงก้องเมื่อเคาะพื้นผิวถนนใกล้บ่อพัก
นอกจากนี้ ประชาชนที่พบเหตุฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อเสาไฟและบ่อพักควรแจ้งการไฟฟ้านครหลวงหรือหน่วยงานท้องถิ่นทันทีเพื่อให้มีการตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็ว
การขับเคลื่อนนวัตกรรมกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน
การที่ MEA นำเทคโนโลยี GPR มาใช้สะท้อนทิศทางการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานในเมืองที่หันมาใช้เครื่องมือเชิงป้องกันมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสาธารณูปโภคและความปลอดภัยของประชาชน การดำเนินงานลักษณะนี้ต้องประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนเพื่อให้การวางแผนซ่อมบำรุงเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส
สำหรับโครงการของ MEA ทางการไฟฟ้ายังระบุว่าจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่สมุทรปราการเพื่อให้การจ่ายไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินมีความมั่นคงและปลอดภัยยิ่งขึ้น