วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่ สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเร่งหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำหลังเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มสูงและระบบระบายน้ำไม่สามารถรองรับได้ตามปกติ
ปริมาณฝนเกินคาด กระทบบริบทระบบระบายน้ำ
รองนายกรัฐมนตรีชี้ว่า การคาดการณ์สภาพอากาศและการเตรียมความพร้อมได้ดำเนินการล่วงหน้าแล้ว แต่ปริมาณฝนที่ตกจริงในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน พ.ศ. 2569 มีค่าเกินการประเมิน บางพื้นที่มียอดฝนสะสมใกล้เคียง 300 มิลลิเมตร ส่งผลให้คลองหลายสายมีระดับน้ำเต็มความจุ ทำให้การระบายน้ำจากพื้นที่ชั้นในไม่สามารถไหลลงคลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แผนปฏิบัติการเร่งด่วน
เพื่อแก้ไขสถานการณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุถึงแนวทางการปฏิบัติเร่งด่วนที่หารือร่วมกับรองนายกฯ ได้แก่ การเร่งสูบน้ำจากพื้นที่ชั้นในลงสู่ทะเลเพื่อเปิดพื้นที่รับน้ำในระบบคลอง การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ และการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรพร้อมบุคลากรลงพื้นที่
- เร่งสูบน้ำออกสู่ทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในคลอง
- จัดเครื่องจักรและทีมปฏิบัติการเคลียร์สิ่งกีดขวางทางน้ำ
- เตรียมศูนย์พักพิงและสถานที่รองรับประชาชนที่อาจต้องอพยพ
"จำเป็นต้องเร่งสูบน้ำจากพื้นที่ชั้นในลงสู่ทะเล เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในระบบคลองให้สามารถรองรับน้ำและระบายต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง"
ความเสี่ยงจากการสูบน้ำแบบเปลี่ยนพื้นที่
เจ้าหน้าที่อธิบายว่า การสูบน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะหากไม่จัดการอย่างเป็นระบบ น้ำที่สูบไปอาจไหลวนกลับหรือสร้างปัญหาให้พื้นที่รับน้ำ การวางแผนจึงเน้นการประสานงานข้ามหน่วยงาน ทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานชลประทาน และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อให้แน่ใจว่ามีช่องทางระบายออกสู่ทะเลจริงและไม่เกิดผลกระทบซ้ำซ้อน
การเตรียมความช่วยเหลือประชาชน
รองนายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องได้สั่งเตรียมระบบช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวและสถานที่รองรับ พร้อมทั้งวางมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องมือและบุคลากร หากมีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนจากพื้นที่ได้รับผลกระทบ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| สถานที่ตรวจเยี่ยม | สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ |
| ผู้ลงพื้นที่ | นายทรงศักดิ์ ทองศรี (รองนายกรัฐมนตรี), นายชยันต์ เมืองสง (เลขาธิการ สทนช.), นายศุภมิตร ชิณศรี (ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| ช่วงฝนหนัก | 24–27 กันยายน พ.ศ. 2569 (ปริมาณฝนบางพื้นที่เกือบ 300 มม.) |
ผลกระทบเชิงพื้นที่และประชาชน
การที่คลองหลายแห่งมีน้ำเต็มความจ้า ทำให้มวลน้ำจากพื้นที่ภายในไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้ระดับน้ำสะสมเพิ่มขึ้นและความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในชุมชนริมคลองเพิ่มขึ้น การจัดลำดับความสำคัญในการระบายน้ำจึงต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่เป็นจุดรับน้ำหลัก การคมนาคม และชุมชนที่อ่อนไหวต่อผลกระทบมากที่สุด
การติดตามและการสื่อสาร
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับมาตรการตามข้อมูลสภาพอากาศที่อัพเดตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมประสานเพื่อให้การปฏิบัติรวดเร็วและตรงจุด พร้อมขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามประกาศจากทางราชการและเตรียมความพร้อมในเบื้องต้นหากเกิดเหตุจำเป็น
ภาพรวมการลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการบริหารจัดการน้ำในภาวะฝนตกหนัก โดยเน้นการระบายน้ำไปสู่ทะเล เพิ่มพื้นที่ว่างในระบบคลอง และร่วมหาทางลดผลกระทบต่อชุมชนอย่างเป็นระบบ