โครงการก่อสร้างรั้วความมั่นคงแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในพื้นที่ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างในระยะที่ 2ได้ดำเนินการไปจนถึงหลักเขตที่ 55 และมีความคืบหน้ากว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่แผนงานเตรียมขยายการก่อสร้างสู่ระยะที่ 3 อีกระยะทางประมาณ 3.620 กิโลเมตร ซึ่งรวมการก่อสร้างสะพานข้ามคลองในแนวรั้วด้วย
การตรวจพื้นที่และการประสานงานของหน่วยงานความมั่นคง
เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของจังหวัดจันทบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบแนวรั้วเพื่อวางมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดตามแนวชายแดน โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีและผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีร่วมสำรวจพื้นที่ ร่วมกันประเมินแนวทางการปฏิบัติที่จะช่วยลดช่องว่างให้กลุ่มบุคคลหรือขบวนการใช้ช่องทางดังกล่าวลักลอบข้ามแดน หรือลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมายข้ามพรมแดน
แผนงานแบ่งเป็น 3 ระยะและระยะทางรวม
โครงการแบ่งการก่อสร้างออกเป็นสามช่วงหลักตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีความยาวรวมทั้งสิ้น 8.380 กิโลเมตร ซึ่งรายละเอียดแต่ละระยะมีดังนี้
- ระยะที่ 1: ความยาว 1.310 กิโลเมตร
- ระยะที่ 2: ความยาว 3.450 กิโลเมตร (อยู่ระหว่างดำเนินการ)
- ระยะที่ 3: ความยาว 3.620 กิโลเมตร (แผนจะก่อสร้างต่อ)
| ระยะ | ความยาว (กม.) | สถานะ |
|---|---|---|
| ระยะที่ 1 | 1.310 | ดำเนินการแล้ว |
| ระยะที่ 2 | 3.450 | ดำเนินการ (ก้าวหน้า >70%) |
| ระยะที่ 3 | 3.620 | อยู่ในแผนการก่อสร้าง (รอการสรุปรายละเอียดสะพาน) |
สถานการณ์ระหว่างการก่อสร้าง
ตามรายงานการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการในระยะที่ 2 ดำเนินไปโดยเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบหรือการก่อกวนจากฝั่งกัมพูชาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการก่อสร้างระยะแรก ข้อมูลส่วนนี้มีความสำคัญต่อการวางแผนด้านความปลอดภัยและการประสานงานชายแดนในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี การก่อสร้างโครงสร้างแนวรั้วที่มีความยาวหลายกิโลเมตรจำเป็นต้องมีการประเมินผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น การจัดการสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์ที่ดินรอบแนวพรมแดน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องจัดเตรียมมาตรการรองรับความต้องการของประชาชนและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งการจัดทางเข้าออกหรือจุดผ่านแดนที่ถูกกฎหมายอย่างเหมาะสม
ประเด็นที่ต้องติดตาม
ปัจจัยที่ต้องจับตามองในระยะต่อไปได้แก่ ความคืบหน้าในการสรุปแบบและการอนุมัติสำหรับการก่อสร้างสะพานข้ามคลองในระยะที่ 3 การประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชุมชน และมาตรการเสริมความปลอดภัยในบริเวณที่ยังเปิดเป็นช่องโหว่ ขณะเดียวกันการติดตามสถานการณ์ชายแดนโดยรวมยังมีความสำคัญต่อการปรับแผนปฏิบัติการของหน่วยงานความมั่นคง
หน่วยงานความมั่นคงของจังหวัดยังคงประเมินความเสี่ยงและเตรียมวางระบบสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การก่อสร้างและการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับกฎหมาย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนชายแดนและการเคารพข้อผูกพันระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวจากพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนรายงานว่าการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากทั้งหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ขณะที่ชาวบ้านรอบแนวพื้นที่ยังคงจับตาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และการสัญจรที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง