เศรษฐกิจ โป่งน้ำร้อน จันทบุรี (53)

สทนช.ผลักดันแผนแม่บทลุ่มน้ำโตนเลสาบ ดันอ่างใหม่ 2 แห่งหนุนเกษตรจันทบุรี

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำโตนเลสาบ 15 ปี เตรียมก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 2 แห่งในพื้นที่จันทบุรี พร้อมเร่งฟื้นฟูอ่างคลองพระพุทธ เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความผันผวนของสภาพอากาศ

สทนช.ผลักดันแผนแม่บทลุ่มน้ำโตนเลสาบ ดันอ่างใหม่ 2 แห่งหนุนเกษตรจันทบุรี
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสำหรับลุ่มน้ำโตนเลสาบในระยะเวลา 15 ปี (พ.ศ. 2566-2580) โดยมุ่งเน้นการใช้กรอบประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่ตอบโจทย์การเติบโตทางเศรษฐกิจและการปรับตัวต่อความผันผวนของภูมิอากาศในระยะยาว

เหตุผลและเป้าหมายของแผน

แผนแม่บทดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว และส่วนบนของจังหวัดตราด โดยมีเป้าหมายหลักคือสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำในพื้นที่

โครงการอ่างเก็บน้ำใหม่และแผนการดำเนินงาน

สำหรับจังหวัดจันทบุรี สทนช. วางแผนก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดกลางใหม่ 2 แห่ง เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยระบุรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

  • อ่างเก็บน้ำคลองเครือหวาย ความจุประมาณ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแผนเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2572
  • อ่างเก็บน้ำคลองโป่งน้ำร้อนตอนบน ความจุประมาณ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร แผนดำเนินการช่วงปี พ.ศ. 2572-2575

โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่ที่ขาดแคลน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ และเป็นแหล่งต้นทุนสำคัญสำหรับการผลิตพืชเศรษฐกิจของพื้นที่

การฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำเดิม

นอกเหนือจากการสร้างอ่างใหม่ สทนช. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพของแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว โดยในกรณีของ อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ซึ่งก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2557 มีการติดตั้งเทคโนโลยีฝายพับได้ที่อาคารระบายน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บขึ้นประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ปัจจุบันปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 98 ของความจุ

อย่างไรก็ดี การใช้งานระยะยาวทำให้อ่างเริ่มมีปัญหาตื้นเขินจากการสะสมของตะกอน สทนช. จึงมีแผนซ่อมแซมระบบส่งน้ำและการจัดการตะกอนเพื่อฟื้นฟูศักยภาพการกักเก็บให้กลับมาสมบูรณ์

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจต่อจันทบุรี

พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่อำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว ซึ่งเป็นเขตสำคัญในการผลิตพืชเศรษฐกิจของจังหวัด การมีแหล่งน้ำสำรองเพิ่มขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและความผันผวนของผลผลิต อันส่งผลต่อรายได้เกษตรกรและซัพพลายเชนของผลไม้ที่ส่งออก

โครงการ ความจุ (ล้าน ลบ.ม.) ช่วงดำเนินการ (พ.ศ.)
อ่างเก็บน้ำคลองเครือหวาย 13 เริ่ม พ.ศ. 2572
อ่างเก็บน้ำคลองโป่งน้ำร้อนตอนบน 21 พ.ศ. 2572-2575
การเพิ่มประสิทธิภาพอ่างคลองพระพุทธ +1 ต่อเนื่อง

การมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำและการบริหารเชิงพื้นที่

หนึ่งในแนวทางสำคัญของแผนคือการส่งเสริมบทบาทของ "องค์กรผู้ใช้น้ำ" ใน 4 กลุ่มหลัก ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน ทั้งการแบ่งปันน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการรักษาระบบนิเวศ

การดำเนินงานในขั้นต่อไปจะต้องประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชนเพื่อเตรียมการศึกษาระบบรองรับ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการจัดสรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญ

สำหรับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจันทบุรี การติดตามแผนการก่อสร้างและการฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากจะมีผลต่อการวางแผนการเพาะปลูก การจัดการต้นทุน และความสามารถแข่งขันของผลผลิตในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

สทนช. ยืนยันแนวทางพัฒนาในเชิงบูรณาการโดยยึดหลักความยั่งยืนด้านทรัพยากรน้ำควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโจทย์หลักที่ต้องบริหารจัดการในบริบทของความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

53จันทบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น จันทบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว