จันทบุรี — เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อตรวจราชการและติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาจราจรและยกระดับระบบโลจิสติกส์ของจังหวัดที่พึ่งพาการส่งออกผลไม้เป็นหลัก
แผนสะพานเชื่อมชายฝั่ง ร่นทางจาก 40 กม. เหลือ 11 กม.
หนึ่งในโครงการสำคัญที่ถูกเน้นย้ำระหว่างการประชุมคือโครงการสะพานข้ามบริเวณท่าแฉลบและปากแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งมีแนวคิดเชื่อมต่อกับถนนเฉลิมบูรพาชลทิตในอำเภอแหลมสิงห์ โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการสำรวจออกแบบรายละเอียด
สำนักงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอว่า หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถลดระยะทางการเดินทางจากตัวเมืองไปยังพื้นที่ชายฝั่งได้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมราว 40 กิโลเมตร เหลือเพียงประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยลดภาระเวลาและค่าใช้จ่ายของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการขนส่ง
ของบศึกษาสะพาน 25 ล้านบาท เตรียมเสนอจัดสรรงบก่อสร้าง
จังหวัดจันทบุรีได้ยื่นความต้องการงบประมาณเพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการสะพานข้ามปากแม่น้ำจันทบุรีเป็นเงินประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาประเด็นด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจลงทุนก่อสร้าง
ขณะเดียวกัน โครงการสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีในเขตอำเภอเมืองมีการสำรวจ ออกแบบ และประมาณราคาที่แล้วเสร็จ และเตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการก่อสร้างในปี พ.ศ.2571
ทางแยกระดับแยกแสลงและการรองรับการจราจรในอนาคต
คณะผู้ตรวจราชการยังลงพื้นที่ติดตามโครงการทางแยกต่างระดับบริเวณแยกแสลงบนทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ซึ่งมีแนวทางการออกแบบสะพานให้มี 4 ช่องจราจร กว้างรวม 24.60 เมตร ยาวประมาณ 370 เมตร และออกแบบรองรับการขยายเป็น 6 ช่องจราจรในอนาคต โครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาจราจรบริเวณจุดตัดสำคัญและลดความแออัดในเขตเมือง
รถไฟทางคู่ระยอง-จันทบุรี-ตราด ทางเลือกด้านโลจิสติกส์
ในที่ประชุมยังมีการหารือแนวคิดเสนอให้ศึกษาการก่อสร้างระบบรถไฟทางคู่เชื่อมต่อระยอง-จันทบุรี-ตราด เพื่อลดต้นทุนการขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตร ส่งเสริมการค้าระหว่างจังหวัด และเป็นทางเลือกในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคและเศรษฐกิจต่อไป
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
จังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ผลิตผลไม้และมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองและชายฝั่ง รวมทั้งการยกระดับระบบการขนส่ง จะมีผลต่อ:
- การลดต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับเกษตรกรและผู้ส่งออก
- การกระจายการท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่งและชุมชนริมน้ำ
- การจูงใจการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ภาคบริการและคลังสินค้า
ความท้าทายและกรอบเวลา
แม้โครงการหลายโครงการมีความชัดเจนด้านแนวคิด แต่ยังต้องผ่านกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การออกแบบรายละเอียด และการจัดหางบประมาณ ซึ่งกรอบเวลาการดำเนินการต่าง ๆ ตั้งแต่การศึกษาจนถึงการก่อสร้างมีความหลากหลาย ตัวอย่างเช่น โครงการสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีในเขตเมืองมีการเตรียมเสนอขอจัดสรรงบประมาณในปี พ.ศ.2571 ดังนั้นการรุกเดินหน้าต่อไปจะต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และภาคเอกชน
สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ การติดตามความคืบหน้าของการศึกษาและการอนุมัติเงินทุนเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับแผนการขนส่งและการลงทุนในอนาคต