สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัด จันทบุรี เข้าสู่วันที่ 5 แม้ว่าสภาพอากาศจะมีแนวโน้มฟ้าเปิด แต่ระดับน้ำยังท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยพื้นที่ลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำจันทบุรีมีระดับน้ำสูงตั้งแต่ 40 เซนติเมตร จนถึงเกือบ 2 เมตร ส่งผลกระทบต่อชุมชน ถนนสายหลัก และโครงสร้างพื้นฐานในหลายจุด
ภาพรวมความเสียหายและพื้นที่ได้รับผลกระทบ
จากข้อมูลสรุปของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบกระจายเป็นวงกว้าง ประกอบด้วยหลายอำเภอและชุมชนที่อยู่ในเขตลุ่มต่ำริมแม่น้ำ โดยหน่วยงานท้องถิ่นรายงานตัวเลขผู้ได้รับความเดือดร้อน ณ ขณะนั้นดังนี้
| ตัวชี้วัด | จำนวน |
|---|---|
| อำเภอที่ได้รับผลกระทบ | 9 อำเภอ |
| ตำบล | 37 ตำบล |
| หมู่บ้าน | 229 หมู่บ้าน |
| ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ | 10,690 ครัวเรือน |
จุดเสี่ยงและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน
รายงานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเฉพาะเจาะจงระบุว่า คอสะพานหนองคล้าและถนนสายสุขุมวิทได้รับความเสียหายจนใช้งานได้เพียง ช่องจราจรเดียว บางเส้นทาง เช่น ถนนหน้าตลาดหนองสีงา และบริเวณหน้า มหาวิทยาลัยบูรพา อำเภอท่าใหม่ ยังมีน้ำท่วมสูง ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่เหมาะสมที่จะสัญจรผ่าน
นอกจากนี้ ชุมชนหลังวัดโรมัน ตำบลจันทนิมิต มีบ้านเรือนกว่า 300 หลังคาเรือน ถูกสร้างความกังวลเมื่อแรงน้ำกัดเซาะแนวกำแพงกันดินใต้คอนกรีตของ คลองภักดีรำไพ เป็นทางยาวเกือบ 50 เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการทรุดตัวและการรุกล้ำเข้าชุมชน
การระบายน้ำและการช่วยเหลือจากหน่วยงาน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำและป้องกันการทะลักเข้าชุมชนที่เสี่ยง แม้ว่ามวลน้ำกำลังไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็วทำให้ระดับน้ำบางจุดเริ่มลดลง แต่ภารกิจการเสริมคันกั้น การติดตั้งเครื่องสูบ และการตรวจสอบความมั่นคงของคันดินยังคงต้องดำเนินต่อไป
- หน่วยงานเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณคันกั้นที่ชำรุด
- แจ้งเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรด้วยรถขนาดเล็กในเส้นทางที่น้ำท่วมสูง
- ตรวจสอบและซ่อมแซมคันกั้นที่ถูกกัดเซาะเพื่อป้องกันการทรุดตัวของบ้านเรือน
เสียงจากชุมชนและผลกระทบเชิงสังคม
ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำหลายชุมชนแสดงความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยของที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบริเวณที่ดินที่ถูกกัดเซาะซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและที่อยู่อาศัย การอพยพบางส่วนเป็นไปอย่างเร่งด่วนและประชาชนจำนวนหนึ่งต้องย้ายขึ้นที่สูงชั่วคราว
นอกจากความเสียหายทางทรัพย์สินแล้ว การระบาดของโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำและสุขอนามัยยังเป็นความเสี่ยงต่อประชาชน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ระบบภูมิคุ้มกันอาจอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่
ภารกิจต่อไปและคำแนะนำสำหรับประชาชน
แม้ระดับน้ำบางพื้นที่เริ่มลดลง แต่หน่วยงานยังต้องเฝ้าระวังจุดที่คันกั้นถูกกัดเซาะและติดตั้งเครื่องชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำย้อนกลับเข้าสู่ชุมชน ข้อแนะนำสำคัญสำหรับประชาชน ได้แก่ หลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่ประกาศว่า น้ำท่วมสูง ระมัดระวังการใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เปียกน้ำ และติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ในวันข้างหน้าจะขึ้นกับการจัดการระบายน้ำและสภาพอากาศ หากหน่วยงานสามารถเร่งซ่อมแซมคันกั้นและเสริมระบบระบายน้ำได้เร็วขึ้น โอกาสการฟื้นตัวของชุมชนจะดีขึ้นตามลำดับ