สังคม ชลบุรี (54)

ชลบุรีเร่งสอบขยะโรงงานฝังกลบหนองปรือ พบพลวง-แคดเมียมสูงผิดปกติ

เจ้าหน้าที่ตรวจพบการทิ้งขยะชุมชนปะปนเศษวัสดุจากโรงงานในพื้นที่หนองปรือกว่า 7 ไร่ ผลวิเคราะห์เบื้องต้นพบพลวงและแคดเมียมในระดับสูง เข้าข่ายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ขณะที่กรมควบคุมมลพิษแจ้งความแล้วและเร่งติดตามผู้รับผิดชอบ

ชลบุรีเร่งสอบขยะโรงงานฝังกลบหนองปรือ พบพลวง-แคดเมียมสูงผิดปกติ
©ภาพประกอบ ธีรพงษ์ นาคสุข / we-news.com

พบกองวัสดุอุตสาหกรรมปะปนขยะชุมชน

กรณีการจัดการของเสียในพื้นที่ภาคตะวันออกถูกจับตาอีกครั้ง หลังพบการนำ เศษวัสดุจากโรงงานไปทิ้งรวมกับขยะชุมชน และฝังกลบในบริเวณซอยหนองไม้แก่น 17 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 หลังได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน

พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมีขนาดประมาณ 10 ไร่ โดยพบว่ามีการทิ้งและฝังกลบวัสดุจำนวนมากในเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ลักษณะดังกล่าวทำให้ขยะทั่วไปจากชุมชนอยู่รวมกับวัสดุที่มีแหล่งกำเนิดจากภาคการผลิต การแยกประเภทของเสียจึงเป็นประเด็นสำคัญต่อการควบคุมมลพิษและการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากวัสดุแต่ละชนิดอาจต้องผ่านกระบวนการเก็บ ขนส่ง และกำจัดที่แตกต่างกัน

จากการสำรวจภาคสนาม เจ้าหน้าที่พบเศษเปลือกสายไฟ เศษพลาสติก และถุงขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุเศษวัสดุ นอกจากนี้ยังปรากฏร่องรอยการเผาไหม้ในบริเวณดังกล่าว ข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยังต้องรอผลวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการและการสืบสวนเพื่อระบุที่มาของวัสดุ รวมทั้งผู้ที่นำมาทิ้งหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่

ตรวจพบโลหะหนักหลายชนิด

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 ชลบุรี ใช้เครื่องมือวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุเบื้องต้นด้วยเทคนิคเอกซเรย์ฟลูออเรสเซนซ์ ตรวจสอบตัวอย่างจาก 4 จุด ผลที่ได้พบโลหะหนักหลายชนิดในระดับสูง โดยค่าพลวงสูงสุดอยู่ที่ 720,000 ส่วนในล้านส่วน แคดเมียมอยู่ที่ 190,000 ส่วนในล้านส่วน และตะกั่วสูงสุด 360 ส่วนในล้านส่วน

สารที่ตรวจพบค่าสูงสุดจากการตรวจเบื้องต้น
พลวง720,000 ส่วนในล้านส่วน
แคดเมียม190,000 ส่วนในล้านส่วน
ตะกั่ว360 ส่วนในล้านส่วน

กรมควบคุมมลพิษระบุว่า ผลตรวจเบื้องต้นเข้าข่ายเป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ในบัญชีของเสียเคมีวัตถุตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทและการดำเนินการตามกฎหมายจะต้องอาศัยผลตรวจจากห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันรายละเอียดของตัวอย่างอีกขั้นหนึ่ง

อากาศไม่พบค่าระเหย แต่ยังได้กลิ่นสารเคมี

เจ้าหน้าที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้น 4 จุด ไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากการตรวจครั้งนั้น โดยมีค่าที่วัดได้เป็น 0 ส่วนในล้านส่วน แต่ระหว่างการปฏิบัติงานยังรับรู้กลิ่นสารเคมีในบริเวณพื้นที่ จึงยังไม่ควรสรุปว่าพื้นที่ไม่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมด เพราะข้อมูลอากาศเป็นผลการตรวจในช่วงเวลาเฉพาะ ขณะที่ลักษณะของวัสดุ การฝังกลบ และร่องรอยการเผาไหม้ยังต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อชุมชนหนองปรือ เนื่องจากพื้นที่ที่พบของเสียอยู่ใกล้กิจกรรมของประชาชน และเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในท้องถิ่น การพบโลหะหนักในกองวัสดุจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหรือกระจายของเสียโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันต้องรอคำแนะนำจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพื้นที่และการจัดการวัสดุอย่างปลอดภัย

แจ้งความแล้ว เดินหน้าหาต้นตอ

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 ชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองปรือเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การแจ้งความเป็นขั้นตอนสำคัญในการเปิดทางให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางวัสดุ และติดตามผู้รับผิดชอบ

ในส่วนของการควบคุมพื้นที่ ได้ประสานเทศบาลเมืองหนองปรือให้ดำเนินการตามกฎหมายสาธารณสุข พร้อมเฝ้าระวังไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยออกจากบริเวณตรวจพบ หน่วยงานท้องถิ่นจึงมีบทบาททั้งด้านการดูแลพื้นที่ การป้องกันผลกระทบต่อประชาชน และการสนับสนุนข้อมูลแก่หน่วยงานสอบสวน โดยรายละเอียดผู้ครอบครองที่ดิน ผู้ขนส่ง หรือแหล่งกำเนิดของวัสดุยังอยู่ระหว่างการสืบสวน

  • สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีเตรียมเก็บตัวอย่างวัสดุไปตรวจในห้องปฏิบัติการ
  • ตำรวจภูธรหนองปรือรับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
  • เทศบาลเมืองหนองปรือเฝ้าระวังพื้นที่และป้องกันการเคลื่อนย้ายของต้องสงสัย
  • กรมควบคุมมลพิษเร่งสืบหาต้นตอและผู้รับผิดชอบ

อุตสาหกรรมต้องรับผิดชอบต่อของเสีย

กรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าจะติดตามผลตรวจสอบและความคืบหน้าทางคดีอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการเร่งหาต้นตอของวัสดุที่ถูกนำมาทิ้ง การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนว่าการจัดการของเสียจากโรงงานไม่ใช่เพียงภาระของผู้รับจ้างกำจัด แต่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อกำเนิด ผู้ขนส่ง ผู้ครอบครองพื้นที่ และหน่วยงานกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่

สำหรับประชาชนในพื้นที่ ประเด็นสำคัญในระยะนี้คือการไม่เข้าไปสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายเศษวัสดุด้วยตนเอง และติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการเข้าพื้นที่และการเฝ้าระวัง ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจะประเมินได้ชัดเจนขึ้นเมื่อผลตรวจจากห้องปฏิบัติการแล้วเสร็จ การสืบสวนต้องเดินคู่กับการควบคุมพื้นที่ เพื่อไม่ให้หลักฐานสูญหายและไม่ให้ของเสียถูกนำไปกระจายยังจุดอื่น

จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชน เมืองท่องเที่ยว และกิจกรรมอุตสาหกรรม การพบของเสียอุตสาหกรรมปะปนกับขยะทั่วไปจึงกระทบต่อความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมโดยตรง การเร่งยืนยันชนิดของสาร การเปิดเผยความคืบหน้าตามข้อเท็จจริง และการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการคุ้มครองประชาชนและรักษามาตรฐานการจัดการของเสียในพื้นที่ภาคตะวันออก

ธีรพงษ์ นาคสุข
ธีรพงษ์ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธีรพงษ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

54ชลบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชลบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว