จังหวัดชลบุรีร่วมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่และเร่งรื้อระบบการตรวจสอบนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นในจังหวัด หลังเปิดข้อมูลเบื้องต้นว่ามีนิติบุคคลที่มีต่างชาติเข้าถือหุ้นรวมกันทั้งจังหวัดถึง 14,264 ราย โดยมีการคัดกรองเชิงลึกเบื้องต้นกลุ่มเป้าหมายระยะแรก 70 ราย พบว่ามี 39 ราย อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง
การบูรณาการหน่วยงานเพื่อตรวจสอบเชิงลึก
การดำเนินงานของจังหวัดเป็นการประสานระหว่างฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ภาคราชการ และหน่วยสืบสวนทั้งในระดับท้องที่และระดับชาติ โดยมีการส่งข้อมูลและหลักฐานให้ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีเพื่อตรวจสอบและขยายผล ซึ่งในเบื้องต้นมีอย่างน้อย 5 บริษัท ที่ถูกออกหมายค้นแล้ว ขณะเดียวกันกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เรียกนิติบุคคลเข้าตรวจสอบจำนวน 57 ราย และมี 2 รายที่ถูกส่งดำเนินคดีแล้ว
ขอบเขตการตรวจสอบไม่จำกัดเฉพาะนอมินี
การตรวจสอบของหน่วยงานท้องถิ่นขยายไปยังประเด็นอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ การปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งและการเก็บรักษาบัญชีของบริษัท รวมถึงการตรวจสอบบทบาทของผู้ทำบัญชีที่เชื่อมโยงกับนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขยายผลตรวจสอบผู้ทำบัญชีจำนวน 10 ราย ที่มีการเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง
- การตรวจค้นนิติบุคคลของสัญชาติรัสเซียถูกดำเนินการแล้ว 14 บริษัท
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวแล้วรวม 272 ราย
- สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีพบการถือครองที่ดินไม่ถูกต้องในนิติบุคคล 352 ราย และสั่งจำหน่ายที่ดินแล้ว 133 ราย
ผลต่อระบบธุรกิจและการลงทุนในชลบุรี
การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีหรือการถือครองทรัพย์สินโดยไม่ชอบธรรม ทั้งยังเป็นมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการลงทุนภายใต้กรอบกฎหมายไทยสำหรับนักลงทุนที่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
สำหรับภาคธุรกิจในอำเภอและเมืองชายฝั่งที่มีการลงทุนจากต่างประเทศสูง การถูกตรวจสอบอาจทำให้เกิดความชัดเจนด้านการกำกับดูแล แต่ในทางกลับกันก็อาจสร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการที่ไม่ผิดพลาดแต่ถูกสุ่มตรวจ ดังนั้นการสื่อสารระหว่างหน่วยงานกำกับกับภาคเอกชนจำเป็นต้องโปร่งใสและมีกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติ
มาตรการต่อไปและการติดตามผล
จังหวัดชลบุรียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้น 100% อีก 1,030 ราย ซึ่งจะถูกนำมาวิเคราะห์ต่อเนื่องเพื่อพิจารณาว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำที่เข้าข่ายนอมินีหรือไม่ นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกรม ท้องที่ และสำนักงานต่างๆ เพื่อให้การตรวจสอบมีความรัดกุมและนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
| ประเด็น | ตัวเลขที่เปิดเผย |
|---|---|
| นิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด | 14,264 ราย |
| กลุ่มสุ่มตรวจระยะแรก | 70 ราย |
| กลุ่มเสี่ยงสูง | 39 ราย |
| DSI เรียกตรวจสอบ | 57 ราย |
| ถูกส่งดำเนินคดีแล้ว (DSI) | 2 ราย |
การดำเนินการในระยะถัดไปของจังหวัดชลบุรีรวมถึงการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ทำบัญชี เจ้าของที่ดิน และผู้บริหารนิติบุคคล เพื่อยืนยันความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งข้อมูลผลการตรวจสอบต่อสาธารณะตามขั้นตอนเมื่อมีความคืบหน้า
การรื้อระบบตรวจสอบนอมินีครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบกลไกการกำกับดูแลของจังหวัดในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก ทั้งต่อการคุ้มครองทรัพย์สินสาธารณะและการรักษาความยุติธรรมทางการค้า ซึ่งผลการดำเนินงานจะมีผลต่อภาพรวมการลงทุนและการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว
ธีรพงษ์ นาคสุข
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี, WE NEWS