เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กองกำกับการสืบสวน บก.ตม.4 ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่ถูกทางการจีนแจ้งหมายจับในคดีฉ้อโกงประชาชนเกี่ยวกับการระดมทุน โดยสืบทราบว่าหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวเพื่อเตรียมส่งตัวกลับไปยังประเทศต้นทาง
ลักษณะคดีและมูลค่าความเสียหาย
จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาสร้างเงื่อนไขหลอกลวงประชาชนในสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ลงทุน โดยสัญญาว่าจะคืนเงินต้นพร้อมให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงถึง ร้อยละ 6.2 ต่อปี ทำให้มีผู้ลงทุนมากกว่า 200 ราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านหยวน ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินบาทแล้วมีมูลค่าราว ๆ 500 ล้านบาท
เส้นทางการหลบหนีและการสืบสวนของ ตม.
ช่วงแรกเจ้าหน้าที่สืบทราบผู้ต้องหาพำนักอยู่ในภาคอีสาน จึงประสานกับ ตม.จังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินการเพิกถอนวีซ่า แต่ผู้ต้องหามีพฤติกรรมย้ายที่อยู่ต่อเนื่องเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม จนกระทั่งพบพิกัดล่าสุดว่าไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังเข้าจับกุมทันควัน
“การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของ ผบ.ตร. และ ผบช.สตม. ในการเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งกบดานของผู้กระทำความผิดกฎหมายต่างชาติอย่างเด็ดขาด”
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรกับผู้ต้องหาและควบคุมตัวส่งไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อเตรียมดำเนินการส่งตัวกลับประเทศต้นทางต่อไป
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
คดีลักษณะนี้มีนัยสำคัญทั้งด้านกฎหมายระหว่างประเทศและภาพลักษณ์ของพื้นที่รับคนต่างด้าว โดยเฉพาะจังหวัดที่มีชุมชนชาวต่างชาติและกิจกรรมเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับการลงทุนระดับย่อย หากปล่อยให้ผู้กระทำความผิดใช้พื้นที่เป็นที่หลบซ่อน อาจสร้างความกังวลแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ญาติผู้เสียหาย รวมถึงการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในพื้นที่
- ผู้เสียหาย: มากกว่า 200 ราย (ในสาธารณรัฐประชาชนจีน)
- มูลค่าความเสียหาย: กว่า 100 ล้านหยวน (ราว 500 ล้านบาท)
- ดอกเบี้ยที่โฆษณา: ร้อยละ 6.2 ต่อปี
ข้อสังเกตด้านการบังคับใช้กฎหมาย
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานไทยกับทางการต่างประเทศ รวมถึงความสำคัญของการติดตามบุคคลต้องหาที่อาศัยช่องโหว่ด้านการเดินทางและการขออยู่รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะการพำนักและประวัติผู้ขออนุญาตอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้ประเทศเป็นที่พักพิงของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| สัญชาติผู้ต้องหา | สาธารณรัฐประชาชนจีน |
| จำนวนผู้เสียหาย | มากกว่า 200 ราย |
| มูลค่าความเสียหาย | กว่า 100 ล้านหยวน (ราว 500 ล้านบาท) |
สำหรับชลบุรี หน่วยงานความมั่นคงระดับท้องถิ่นต้องร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและฝ่ายปกครองติดตามผู้ที่เข้ามาพำนักอย่างผิดปกติ และให้ข้อมูลแก่ชุมชนเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินหรือที่หลบซ่อนของผู้มีหมายจับ
ความคืบหน้าทางคดีและการประสานงานส่งตัวผู้ต้องหากลับประเทศต้นทางจะรายงานให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าว: ธีรพงษ์ นาคสุข ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี, WE NEWS