บริษัท มาร์ส ประกาศเปิดโรงงานผลิตขนมแบรนด์ Pringles® แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้างสูง อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยใช้เงินลงทุนรวมกว่า 7,000 ล้านบาท บนที่ดินราว 73,800 ตารางเมตร โรงงานเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 และปัจจุบันได้ส่งสินค้าออกไปยังบางประเทศในภูมิภาคแล้ว
ศักยภาพฐานการผลิตและการขยายกำลัง
การลงทุนของมาร์สครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการเสริมบทบาทประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) โดยบริษัทได้เดินหน้าตั้งสายการผลิตที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และมีแผนจะเปิดสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2570 เพื่อรองรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในอนาคต
โรงงานใช้ระบบการผลิตที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและคุณภาพสากล ทั้งยังนำแนวทางการผลิตแบบยั่งยืนมาปรับใช้ เช่น การประหยัดพลังงาน การบำบัดน้ำเสีย การลดของเสีย และการรีไซเคิล
ผลกระทบต่อการจ้างงานและห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น
การเปิดโรงงานครั้งนี้สร้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่ง นอกจากนี้มาร์สยังสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณการจัดซื้อ มาจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ ซึ่งมีผลต่อการยกระดับห่วงโซ่อุปทานและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย
- การจ้างงานโดยตรง: มากกว่า 170 ตำแหน่ง
- พื้นที่โรงงาน: ประมาณ 73,800 ตารางเมตร
- งบลงทุน: กว่า 7,000 ล้านบาท
- ตลาดส่งออกเริ่มต้น: อินเดีย ฮ่องกง ไต้หวัน
“การเปิดโรงงานผลิต Pringles® และการเริ่มเดินสายการผลิตที่ 2 ถือเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของมาร์สที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีทักษะ และศักยภาพในการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาค” — กาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารภูมิภาค AMEA
มุมมองหน่วยงานรัฐและการส่งเสริมการลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ความเห็นว่า การลงทุนของมาร์สสะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตขั้นสูงและรองรับการลงทุนจากต่างประเทศได้ดี โดยเฉพาะในเขต EEC ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงทั้งท่าเรือ ถนน และสนามบิน การมีโรงงานขนาดนี้คาดว่าจะช่วยผลักดันการพัฒนาแรงงานทักษะสูงและส่งเสริมการยกระดับซัพพลายเชนของพื้นที่
ตลาดส่งออกและแผนการขยาย
โรงงานของมาร์สในชลบุรีเริ่มส่งมอบสินค้าไปยังประเทศกลุ่มแรก ได้แก่ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน โดยบริษัทมีแผนขยายการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของการขยายตัวทางธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากโลจิสติกส์และศักยภาพการผลิตในประเทศไทย
| หัวข้อ | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|
| งบลงทุน | 7,000 ล้านบาท |
| พื้นที่ | ประมาณ 73,800 ตร.ม. |
| การจ้างงานโดยตรง | กว่า 170 ตำแหน่ง |
| ตลาดส่งออกเริ่มต้น | อินเดีย, ฮ่องกง, ไต้หวัน |
ข้อสังเกตต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่
การเข้ามาของมาร์สในชลบุรีเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ลงทุนต่างชาติพิจารณาใช้ไทยเป็นฐานการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการมาตรฐานด้านอาหารและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของอุตสาหกรรมประเภทนี้ตั้งคำถามถึงการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและความต้องการแรงงานทักษะสูงในพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อวางมาตรการรองรับอย่างยั่งยืน
สำหรับชลบุรี การมีโรงงานผลิตระดับภูมิภาคเช่นนี้ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งในมิติการสร้างงาน การเพิ่มมูลค่าให้ซัพพลายเชนภายในประเทศ และการสร้างชื่อเสียงให้ไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตที่มีมาตรฐานระดับสากล
ภาพรวมคือการลงทุนของมาร์สไม่ใช่เพียงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในระยะยาว