ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีร่วมกับชุดสืบสวนปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง พบสภาพบ้านถูกดัดแปลงเป็นคลังเก็บรถจำนวนมาก และยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เอกสาร และอาวุธปืน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป
การตรวจค้นและของกลางที่พบ
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสืบสวนร่วมระหว่างตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจท่องเที่ยว และสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในพบรถจำนวนมากจอดเรียงรายเต็มพื้นที่ภายในบ้าน ทั้งบริเวณห้องนอน ห้องครัว และแม้แต่ห้องน้ำ
"รับซื้อขายฝาก"
เจ้าของบ้านเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องที่ในฉายา "เสี่ยหนึ่ง" ออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจสอบ
สรุปของกลางที่ตรวจยึด
| ประเภท | จำนวน |
|---|---|
| รถจักรยานยนต์ | 97 คัน |
| รถยนต์ | 5 คัน |
| อาวุธปืน | 2 กระบอก (ขนาด 9 มม.) |
| เครื่องกระสุน | 84 นัด |
ภาพรวมของกลางที่ตรวจยึดมีจำนวนรวมเป็น 115 คัน และเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่ารถโดยรวมเบื้องต้นไว้เป็นจำนวนเงินกว่าหลายล้านบาท ซึ่งต้องรอการตรวจสอบเอกสารและการพิสูจน์ที่มาของรถแต่ละคันก่อน
พฤติการณ์และแนวทางการดำเนินคดี
จากการสืบสวนพบว่าชายคนดังกล่าวเริ่มจากการซื้อขายรถมือสอง ก่อนจะขยายกิจการเป็นการรับจำนำรถ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยรับจำนำทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ จากลูกค้าที่ต้องการเงินด่วน จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่าเรทการคิดดอกเบี้ยมีอัตราสูงและเป็นการคำนวณเป็นงวดสั้น เช่นการคิดดอกเบี้ยเป็นร้อยละในทุก 10–15 วัน ซึ่งหากลูกค้าขาดส่งตามกำหนด รถจะถูกนำไปจำหน่ายในตลาดมืด
- การรับจำนำรถผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเพิ่มความเสี่ยงในการฟอกเงินและการแพร่ขยายรถโจรกรรม
- อัตราดอกเบี้ยที่สูงและวิธีการยึดทรัพย์อาจเข้าข่ายความผิดทางแพ่งและอาญา
- ตำรวจจะตรวจสอบเอกสารการครอบครองและต้นทางของรถทุกคันเพื่อหาคดีเชื่อมโยงอื่น ๆ
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารเกี่ยวกับการรับจำนำ รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อขยายผล พร้อมทั้งสอบปากคำผู้ต้องสงสัย เบื้องต้นยังไม่ได้ระบุการตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการจนกว่าจะสรุปผลตรวจสอบเอกสารและความเชื่อมโยงของรถแต่ละคัน
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อควรระวัง
เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นช่องโหว่ในการซื้อขายและการรับจำนำรถผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินฉุกเฉินตกเป็นเหยื่อ ทั้งในด้านการเสียทรัพย์สินและการถูกนำรถไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย สำหรับประชาชนทั่วไปควรตรวจสอบผู้ให้บริการรับจำนำและขอเอกสารสิทธิการครอบครองรถ การทำสัญญาที่ชัดเจน และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ชัดเจน
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะเร่งขยายผลไปยังแหล่งที่มาของรถแต่ละคัน เพื่อหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมหรือการกระทำผิดอื่น ๆ หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำดังกล่าว เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเสริมการตรวจสอบตลาดซื้อขายรถมือสอง และบังคับใช้กฎหมายด้านการครอบครองอาวุธและการเงินนอกระบบอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่หลายของเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับการซื้อขายและจำนำรถในพื้นที่ชลบุรี