เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเกาะเสม็ด จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีแถลงผลการจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายและหญิงซึ่งถูกกล่าวหาว่าตระเวนลักสินค้าจากร้านสะดวกซื้อหลายสาขาในพื้นที่ภาคตะวันออก
การจับกุมและของกลาง
การจับกุมเกิดขึ้นหลังการสืบสวนของชุดสืบสวน ภ.2 พบความเชื่อมโยงระหว่างเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีราชา จากการตรวจค้นพบของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีเกือบ 100 รายการ และรถจักรยานยนต์สีเทา–ดำซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ
พฤติการณ์และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ทั้งสองผู้ต้องหาตระเวนลักสินค้าจากร้านสะดวกซื้อรวม 23 สาขา รวมเป็น 50 ครั้ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดระยอง และจังหวัดสมุทรปราการ โดยสาเหตุความเสียหายรวมประมาณ 150,000 บาท
| จังหวัด | จำนวนครั้งที่ถูกกล่าวหา |
|---|---|
| ชลบุรี | 38 ครั้ง |
| ฉะเชิงเทรา | 7 ครั้ง |
| ระยอง | 3 ครั้ง |
| สมุทรปราการ | 2 ครั้ง |
คำให้การของผู้ต้องหาและการดำเนินคดี
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง อ้างว่าเกิดสภาพหนี้สิน ซึ่งหลังจากลักทรัพย์แล้วจะนำสินค้ามาใช้สอยส่วนนึง ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายต่อ
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานระดับภูธรเพื่อควบคุมปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลต่อประชาชนและธุรกิจในพื้นที่
ผลกระทบต่อชุมชนและร้านค้าท้องถิ่น
เหตุการณ์ลักษณะนี้สร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวและลูกค้าท้องถิ่น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการสูญเสียสินค้าและมาตรการป้องกันอาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค นอกจากนี้การระบาดของเหตุลักทรัพย์ในหลายสาขายังกระทบความเชื่อมั่นของเจ้าของธุรกิจและพนักงานร้านค้า
ประเด็นที่ควรติดตามและคำแนะนำเชิงปฏิบัติ
จากคดีนี้ ชุมชนและผู้ประกอบการสามารถพิจารณามาตรการป้องกันเบื้องต้นได้ดังนี้
- เพิ่มการสังเกตการณ์และการแบ่งเวลาเจ้าหน้าที่ในช่วงเสี่ยง เช่น ก่อนและหลังเวลาเร่งด่วน
- ติดตั้งหรือปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมจุดเสี่ยง และดูแลบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง
- ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรับมือและการสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย
- ประสานข้อมูลกับตำรวจพื้นที่เมื่อมีเหตุซ้ำหรือพบรูปแบบการก่อเหตุที่คล้ายคลึงกัน
การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานตำรวจในพื้นที่สามารถยืดหยุ่นและติดตามเครือข่ายผู้กระทำผิดข้ามจังหวัดได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาพื้นฐานอย่างความยากจนหรือหนี้สินที่ผู้ต้องหาอ้างถึงยังจำเป็นต้องมีการบูรณาการเชิงสังคมเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว
พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้คิดสำนวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยประชาชนที่ได้รับความเสียหายหรือมีเบาะแสเพิ่มเติมสามารถประสานกับสถานีตำรวจในพื้นที่หรือสายด่วนของตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่
หมายเหตุ: ข้อมูลในรายงานนี้ยืนยันตามที่ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีแถลงแก่สื่อมวลชน โดยไม่เพิ่มเติมข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่แถลง