อาชญากรรม เกาะเสม็ด ชลบุรี (54)

ตำรวจภ.2 จับหนุ่มสาวขโมยร้านสะดวกซื้อ 23 สาขา ส่งของกลางเกือบ 100 รายการในชลบุรี

ตำรวจภูธรภาค 2 แถลงจับกุมชาย-หญิงคู่หนึ่ง หลังตระเวนลักสินค้าจากร้านสะดวกซื้อรวม 23 สาขา 50 ครั้งใน 4 จังหวัด ของกลางเกือบ 100 รายการ มูลค่าความเสียหายราว 150,000 บาท ผู้ต้องหาอ้างมีหนี้และนำสินค้ามาใช้และขายต่อ

ตำรวจภ.2 จับหนุ่มสาวขโมยร้านสะดวกซื้อ 23 สาขา ส่งของกลางเกือบ 100 รายการในชลบุรี
©ภาพประกอบ ธีรพงษ์ นาคสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเกาะเสม็ด จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีแถลงผลการจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายและหญิงซึ่งถูกกล่าวหาว่าตระเวนลักสินค้าจากร้านสะดวกซื้อหลายสาขาในพื้นที่ภาคตะวันออก

การจับกุมและของกลาง

การจับกุมเกิดขึ้นหลังการสืบสวนของชุดสืบสวน ภ.2 พบความเชื่อมโยงระหว่างเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีราชา จากการตรวจค้นพบของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีเกือบ 100 รายการ และรถจักรยานยนต์สีเทา–ดำซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ

พฤติการณ์และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ทั้งสองผู้ต้องหาตระเวนลักสินค้าจากร้านสะดวกซื้อรวม 23 สาขา รวมเป็น 50 ครั้ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดระยอง และจังหวัดสมุทรปราการ โดยสาเหตุความเสียหายรวมประมาณ 150,000 บาท

จังหวัด จำนวนครั้งที่ถูกกล่าวหา
ชลบุรี 38 ครั้ง
ฉะเชิงเทรา 7 ครั้ง
ระยอง 3 ครั้ง
สมุทรปราการ 2 ครั้ง

คำให้การของผู้ต้องหาและการดำเนินคดี

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง อ้างว่าเกิดสภาพหนี้สิน ซึ่งหลังจากลักทรัพย์แล้วจะนำสินค้ามาใช้สอยส่วนนึง ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายต่อ

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานระดับภูธรเพื่อควบคุมปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลต่อประชาชนและธุรกิจในพื้นที่

ผลกระทบต่อชุมชนและร้านค้าท้องถิ่น

เหตุการณ์ลักษณะนี้สร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวและลูกค้าท้องถิ่น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการสูญเสียสินค้าและมาตรการป้องกันอาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค นอกจากนี้การระบาดของเหตุลักทรัพย์ในหลายสาขายังกระทบความเชื่อมั่นของเจ้าของธุรกิจและพนักงานร้านค้า

ประเด็นที่ควรติดตามและคำแนะนำเชิงปฏิบัติ

จากคดีนี้ ชุมชนและผู้ประกอบการสามารถพิจารณามาตรการป้องกันเบื้องต้นได้ดังนี้

  • เพิ่มการสังเกตการณ์และการแบ่งเวลาเจ้าหน้าที่ในช่วงเสี่ยง เช่น ก่อนและหลังเวลาเร่งด่วน
  • ติดตั้งหรือปรับปรุงระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมจุดเสี่ยง และดูแลบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง
  • ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรับมือและการสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย
  • ประสานข้อมูลกับตำรวจพื้นที่เมื่อมีเหตุซ้ำหรือพบรูปแบบการก่อเหตุที่คล้ายคลึงกัน

การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานตำรวจในพื้นที่สามารถยืดหยุ่นและติดตามเครือข่ายผู้กระทำผิดข้ามจังหวัดได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาพื้นฐานอย่างความยากจนหรือหนี้สินที่ผู้ต้องหาอ้างถึงยังจำเป็นต้องมีการบูรณาการเชิงสังคมเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว

พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้คิดสำนวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยประชาชนที่ได้รับความเสียหายหรือมีเบาะแสเพิ่มเติมสามารถประสานกับสถานีตำรวจในพื้นที่หรือสายด่วนของตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่

หมายเหตุ: ข้อมูลในรายงานนี้ยืนยันตามที่ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีแถลงแก่สื่อมวลชน โดยไม่เพิ่มเติมข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่แถลง

ธีรพงษ์ นาคสุข
ธีรพงษ์ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธีรพงษ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

54ชลบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ชลบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว