คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตรวจสอบกรณีครูโรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม อำเภอเมืองชลบุรี ถูกกล่าวหาว่ากระทำทารุณต่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากส่งงานล่าช้า โดยคดีได้รับการร้องเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นตัวแทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้นำเอกสารและข้อมูลจากสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เข้าร้องเรียน กรณีเด็กชายรายหนึ่ง (ใช้ชื่อสมมติว่า "เอ") ถูกพนักงานครูของโรงเรียนเรียกไปพบที่ห้องพักครูและถูกทำร้ายร่างกาย ได้แก่ การชกบริเวณหน้าท้องและลิ้นปี่หลายครั้ง การตบที่ไหล่ทั้งสองข้าง และการใช้ถ้อยคำกดดันข่มขู่ไม่ให้แจ้งผู้ปกครอง หากฝ่าฝืนจะถูกทำร้ายเพิ่ม
จากการสอบสวนพบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนได้ให้ผู้ถูกร้องชี้แจงและผู้ถูกร้องรับสารภาพว่าลงโทษผู้เสียหายเกินกว่าเหตุ โดยอ้างว่าเป็นการอบรมสั่งสอนเพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง นอกจากนี้มีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างผู้ถูกร้องและผู้เสียหายเป็นหลักฐานสำคัญ
การดำเนินการของหน่วยงานต้นสังกัดและระบบยุติธรรม
ผู้อำนวยการโรงเรียนรวบรวมพยานหลักฐานและรายงานไปยังสำนักการศึกษา เทศบาลเมืองชลบุรี เพื่อดำเนินการทางวินัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันบิดาของผู้เสียหายได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี
ในชั้นศาล คดีดังกล่าวมีการพิจารณาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 โดยปรากฏคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำ/แดงที่ ปท 1/2569 ซึ่งมีเนื้อหาความเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์เดียวกันกับที่ กสม. กำลังตรวจสอบ ดังนั้นตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กสม. มีแนวทางการปฏิบัติเมื่อเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินคดีต่อศาล
ข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อเทศบาลเมืองชลบุรี
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแนะนำให้เทศบาลเมืองชลบุรีดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องสิทธิเด็กและป้องกันการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษา ดังนี้
- เร่งดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกร้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในสถานศึกษาตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มการตรวจสอบและความปลอดภัย
- จัดทำและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ชัดเจนห้ามใช้ความรุนแรงต่อเด็ก พร้อมการอบรมบุคลากรทางการศึกษา
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและนโยบายท้องถิ่น
เหตุการณ์ลักษณะนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครองต่อระบบการศึกษาเทศบาล และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานต้นสังกัด หากหน่วยงานไม่สามารถตอบสนองมาตรการป้องกันและเยียวยาได้อย่างเป็นรูปธรรม ความล่าช้าในการดำเนินการทางวินัยหรือการไม่จัดมาตรการป้องกันอาจก่อให้เกิดเหตุซ้ำได้
| ประเด็น | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|
| ผู้เสียหาย | นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ใช้ชื่อสมมติว่า "เอ") |
| ผู้ถูกร้อง | พนักงานครูโรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองชลบุรี, สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2, กสม. |
| คำแนะนำของ กสม. | ลงโทษทางวินัย ติดตั้ง CCTV เผยแพร่แนวปฏิบัติห้ามใช้ความรุนแรง |
ข้อสังเกตและทางปฏิบัติสำหรับผู้ปกครอง
ผู้ปกครองควรติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของเทศบาลและโรงเรียน หากพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายใช้ความรุนแรงต่อเด็ก ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ทั้งกองการศึกษา เทศบาล และตำรวจ เพื่อให้มีการสอบสวนและเยียวยาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้การร่วมมือระหว่างผู้ปกครอง โรงเรียน และองค์กรภายนอก เช่น มูลนิธิที่ทำงานด้านสิทธิเด็ก จะช่วยเพิ่มมาตรการคุ้มครองและป้องกันเหตุซ้ำได้
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมระบบการควบคุมการปฏิบัติงานของครูในระดับท้องถิ่น และความสำคัญของการมีนโยบายชัดเจนเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กในสถานศึกษา
ธีรพงษ์ นาคสุข
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี, WE NEWS