เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีและสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับการศึกษาในสาขานิติศาสตร์ และส่งเสริมการฝึกประสบการณ์วิชาชีพแก่คณาจารย์และนักศึกษา โดยมีเป้าหมายหลักในการนำแนวทางการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ (Outcome-Based Education: OBE) มาประยุกต์ใช้ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรมและสามารถปฏิบัติงานในภาคสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
โครงร่างความร่วมมือและบทบาทของแต่ละฝ่าย
พิธีบันทึกข้อตกลงจัดขึ้น ณ ห้องประชุม The Grand Century Hall, The PBRU Heritage โดยมีผู้แทนฝ่ายมหาวิทยาลัยนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย อธิการบดี และผู้ช่วยผู้บริหารสถาบัน พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชานิติศาสตร์เข้าร่วม ส่วนฝ่ายสภาทนายความประกอบด้วย นายโรจนินทร์ ศิรรัฐเมธากรณ์ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 7 และ นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ประธานสภาทนายความจังหวัดเพชรบุรี
ตามบันทึกข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินงานในหลายมิติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะและการให้บริการทางกฎหมายแก่สังคมท้องถิ่น ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ การจัดอบรมและบรรยายโดยผู้มีประสบการณ์ การจัดคลินิกกฎหมาย และการพัฒนาการวิจัยทางนิติศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาท้องถิ่น
- มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนสถานที่ เครื่องมือ เทคโนโลยีสารสนเทศ และบุคลากรสำหรับกิจกรรมร่วมกัน
- สภาทนายความจะส่งบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรและที่ปรึกษา พร้อมสนับสนุนช่องทางฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
- ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดตั้งคลินิกกฎหมาย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และโครงการบริการวิชาการแก่ประชาชน
ความคาดหวังและผลต่อชุมชน
หนึ่งในจุดเน้นของความร่วมมือนี้คือการเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้ นักศึกษานิติศาสตร์จะมีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติจริงผ่านการทำงานร่วมกับทนายความและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย
“การร่วมมือครั้งนี้มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม และสามารถให้บริการทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ โครงการคลินิกกฎหมายและศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่วางแผนจะดำเนินงานร่วมกันมีศักยภาพที่จะเพิ่มการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ยังขาดช่องทางรับคำปรึกษาทางกฎหมาย
| หน่วยงาน | บทบาทสำคัญ |
|---|---|
| มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี | สนับสนุนสถานที่ บุคลากร เครื่องมือ และหลักสูตรเชิงปฏิบัติ |
| สภาทนายความ | ส่งผู้เชี่ยวชาญ เป็นวิทยากร สนับสนุนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการประเมินสมรรถนะ |
ข้อท้าทายและแนวทางปฏิบัติ
แม้ความร่วมมือจะวางกรอบที่ชัดเจน แต่การเดินหน้าให้เป็นผลจริงต้องอาศัยการประสานงานที่ต่อเนื่อง การจัดสรรทรัพยากร และการติดตามประเมินผลตามมาตรฐาน OBE เพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษาจะได้รับทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพ ขณะเดียวกันการให้บริการแก่ชุมชนต้องคำนึงถึงการเข้าถึงและความยั่งยืนของโครงการ
ผู้เกี่ยวข้องระบุว่าการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาคการศึกษาและภาควิชาชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้การศึกษานิติศาสตร์ในพื้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมท้องถิ่น ทั้งในเชิงการพัฒนาบุคลากรและการสร้างช่องทางการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับประชาชนจังหวัดเพชรบุรี
การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่คาดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนากำลังคนด้านกฎหมาย และการยกระดับการให้บริการทางกฎหมายแก่ชุมชนในจังหวัดเพชรบุรีต่อไป