สทนช.เร่งเฝ้าระวัง หลังน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์ลุ่มน้ำเพชรบุรี หลังพบระดับน้ำใน เขื่อนแก่งกระจาน อยู่เหนือระดับเก็บน้ำจนมีน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นหรือสปิลเวย์ โดยขณะนี้อัตราการระบายผ่านสปิลเวย์อยู่ที่ประมาณ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เตรียมแผนฉุกเฉินหากต้องเพิ่มอัตราการระบายสูงสุดเป็น 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต่อวัน เพื่อรองรับกรณีฝนตกหนักบริเวณตอนบนลุ่มน้ำ
การแจ้งเตือนดังกล่าวมาจากการประเมินร่วมระหว่าง สทนช. กับกรมอุตุนิยมวิทยาที่ชี้ว่ามีความเป็นไปได้จะเกิดฝนตกหนักเกินกว่า 100 มิลลิเมตร ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งหากเกิดฝนหนักต่อเนื่องจะเพิ่มปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ ทำให้ต้องปรับแผนการระบายน้ำและแจ้งเตือนพื้นที่ท้ายลุ่มน้ำทันที
การประสานหน่วยงานท้องถิ่นและแผนเผชิญเหตุ
สทนช.ได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีให้จัดทำ แผนเผชิญเหตุ และเตรียมมาตรการด้านการอพยพ การป้องกันทรัพย์สิน และการสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีการจำลองสถานการณ์ (scenario planning) เพื่อประเมินผลกระทบหากต้องระบายน้ำในอัตราสูงสุด
"สถานการณ์อาจมีความเสี่ยง เนื่องจากน้ำล้นเขื่อน จึงได้เตรียมแผนเผชิญเหตุและประสานผู้ว่าราชการจังหวัดในการจัดพื้นที่รองรับแล้ว"
คำกล่าวข้างต้นมาจากแถลงการณ์ของรองเลขาธิการ สทนช. ที่รายงานสถานการณ์ต่อสื่อมวลชนในช่วงการประชุมประเมินสถานการณ์น้ำ
ภาพรวมแนวโน้มระดับน้ำในลุ่มน้ำอื่นและผลต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มปริมาณน้ำลดลงโดยเฉลี่ยวันละประมาณ 200–300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้ลดลง แม้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะแจ้งว่ามีปริมาณเก็บน้ำอยู่ที่ประมาณ 111% แต่เป็นการเก็บในสถานการณ์ชั่วคราวตามมาตรการหน่วงน้ำ
เจ้าหน้าที่ชี้ว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังมีขีดความสามารถในการรับน้ำได้มาก หากต้องมีการระบายจากเขื่อนขนาดใหญ่เพิ่มเติม และเขื่อนสำคัญทางตอนบนเช่นเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังมีพื้นที่เก็บกักสำรองรวมกันมากกว่าหลายพันล้านลูกบาศก์เมตร จึงยังอยู่ในสถานะบริหารจัดการน้ำเชิงกลยุทธ์
พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังใกล้เคียง
สทนช.ระบุว่า หากฝนตกไม่มากตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประเมิน พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง ได้แก่ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดสระแก้ว รวมถึงบางพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากคลองรับน้ำฝั่งตะวันออกมีแนวโน้มถูกน้ำล้นจากทั้งสองฝั่ง
- เฝ้าระวังเขื่อนแก่งกระจาน: ระดับความจุสูงและมีน้ำไหลผ่านสปิลเวย์
- เตรียมแผนระบายน้ำสูงสุด: กรณีฝนตกหนักอาจระบายได้ถึง 500 ลบ.ม./วินาทีต่อวัน
- ติดตามฝนตกหนักช่วงเปลี่ยนฤดู: กรมอุตุฯ แจ้งช่วง 4–7 ต.ค. และ 11–14 ต.ค. อาจมีฝน
ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ
| ลุ่มน้ำ/เขื่อน | สถานะปัจจุบัน | อัตราการระบาย/หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เขื่อนแก่งกระจาน (ลุ่มน้ำเพชรบุรี) | ความจุประมาณ 102%, มีน้ำล้นสปิลเวย์ | ระบายผ่านสปิลเวย์ ~ 120 ลบ.ม./วินาที (เตรียมสูงสุด 500 ลบ.ม./วินาที) |
| ลุ่มน้ำเจ้าพระยา /ท้ายเขื่อน | ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลง | ระบายท้ายเขื่อนคงที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที |
| เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ | เก็บน้ำประมาณ 111% (ชั่วคราว) | บริหารหน่วงน้ำตามมาตรการ |
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับประชาชน
หน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศจากจังหวัดและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เตรียมแผนอพยพโดยเฉพาะครัวเรือนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณท้ายคันกั้นน้ำ หากมีคำสั่งอพยพต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และสำรองเอกสารสำคัญ ยา และสิ่งจำเป็นพื้นฐานไว้ล่วงหน้า
สทนช.จะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและข้อมูลปริมาณฝนจากกรมอุตุฯ อย่างต่อเนื่อง และย้ำเตือนการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด