จังหวัดชลบุรีได้สั่งการให้หน่วยงานระดับอำเภอลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือครอบครัวแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ต้องพาลูกวัย 1 ขวบ 11 เดือน ออกตระเวนขายก๋วยเตี๋ยวบนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อหารายได้ระยะสั้น หลังคลิปและภาพปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์สร้างความห่วงใยแก่ประชาชนในพื้นที่
คำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดและการลงพื้นที่
ภายใต้การอำนวยการของ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้นายชยพล รัตนวิสุทธิกุล นายอำเภอพนัสนิคม พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ปลัดอำเภอ ผู้แทนเหล่ากาชาดอำเภอพนัสนิคม รักษาการสาธารณสุขอำเภอ กำนันตำบลบ้านเซิด และ อสม.ตำบลบ้านเซิด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว
การลงพื้นที่ยืนยันข้อมูลว่า น.ส.มีนา อายุ 27 ปี ประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว โดยมีบุตรชายวัย 1 ขวบ 11 เดือน นั่งอยู่ด้านหลังรถจักรยานยนต์พ่วงข้างและใช้เสื้อแขนยาวผูกประคองไว้กับเอวขณะออกไปขายตามตลาดนัดและบริเวณหน้าโรงงาน
สภาพครอบครัวและภาระค่าใช้จ่าย
ครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีสมาชิกรวม 4 คน ได้แก่ สามีอายุ 42 ปี ซึ่งเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อ “ซูจี บะหมี่เกี๊ยว” ในพื้นที่อำเภอพานทอง ลูกชายของสามีอายุ 18 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนพนัสพิทยาคม น.ส.มีนา และบุตรเล็กวัย 1 ขวบ 11 เดือน
ตามข้อมูลที่สอบถามพบว่า ภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและค่าผ่อนบ้านเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้น.ส.มีนาต้องออกมาช่วยหารายได้ โดยในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) เธอออกไปขายในตอนเช้าจนถึงช่วงบ่าย แล้วไปขายบริเวณหน้าโรงงานก่อนกลับบ้าน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ที่สามีต้องทำงาน น.ส.มีนาจึงต้องพาลูกเล็กออกมาขายด้วย
มาตรการช่วยเหลือและการระดมสังคม
หลังภาพคลิปเผยแพร่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและร่วมอุดหนุน จุดจำหน่ายที่แจ้งกันในสื่อสังคมออนไลน์คือบริเวณตลาดป้านันท์ อำเภอพานทอง และเส้นทางพานทอง-พนัสนิคม
หน่วยงานที่ลงพื้นที่ได้มอบความช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสนับสนุนการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเรื่องสิทธิประโยชน์และช่องทางการเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรสังคมในพื้นที่
- การมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 3,000 บาท
- การประชาสัมพันธ์จุดจำหน่ายเพื่อกระตุ้นการอุดหนุนจากประชาชน
- การติดตามจากหน่วยงานสาธารณสุข, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และหน่วยงานการพัฒนาชุมชน
ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและนโยบายท้องถิ่น
กรณีนี้สะท้อนปัญหาความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนแรงงานและผู้ประกอบอาชีพค้าขายรายย่อยในจังหวัดที่มีค่าใช้จ่ายคงที่สูง เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายครัวเรือน ทำให้สมาชิกในครอบครัวต้องหารายได้หลายทางและบางครั้งต้องเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การพาลูกเล็กออกขายบนรถจักรยานยนต์
การเคลื่อนไหวของจังหวัดและอำเภอในครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าควบคู่กับการแนะนำช่องทางเข้าถึงสิทธิสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ เช่น การพิจารณาความช่วยเหลือด้านสวัสดิการชุมชน การส่งต่อไปยังโครงการลดภาระค่าครองชีพ และการเชื่อมโยงกับกองทุนให้ความช่วยเหลือในระดับท้องถิ่น
| สมาชิกครอบครัว | อายุ/รายละเอียด | บทบาท/อาชีพ |
|---|---|---|
| สามี | 42 ปี | เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว "ซูจี บะหมี่เกี๊ยว" (ขายช่วงเย็น) |
| ลูกชาย (ลูกเมีย/ลูกติด) | 18 ปี | นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนพนัสพิทยาคม |
| น.ส.มีนา | 27 ปี | แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ตระเวนขายด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง |
| บุตรชาย | 1 ขวบ 11 เดือน | นั่งอยู่ด้านหลังรถขณะออกขาย |
กรณีนี้เตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการเชิงระบบที่ยั่งยืน ทั้งการส่งเสริมอาชีพ การสนับสนุนค่าแรงหรือทุนหมุนเวียนสำหรับผู้ประกอบอาชีพรายย่อย และการขยายช่องทางสวัสดิการสำหรับครอบครัวที่มีภาระเด็กเล็ก เพื่อไม่ให้เกิดการต้องนำเด็กเล็กออกไปทำงานหรือเสี่ยงภัยบนท้องถนน
ประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการร่วมสนับสนุน สามารถติดตามประกาศจากหน่วยงานอำเภอพนัสนิคมและศูนย์บริการสาธารณะในพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดจำหน่ายและแนวทางการให้ความช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป