ที่บริเวณป่าละเมาะใกล้ชุมชนยางพัฒนา เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้สื่อข่าวพบว่ามีประชาชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการหารายได้เสริมจากการจับหนูนา นำมาจำหน่ายในตลาดสดของเทศบาล สร้างรายได้ให้ครอบครัวและเป็นอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน
วิธีดักง่าย ๆ แต่สร้างรายได้
ผู้ประกอบการรายนี้คือนายนเรศ ธรรมทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ลุงโอ่ง" อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 136 หมู่ 11 ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เขาเล่าว่าตนสืบทอดวิธีการทำกับดักหนูนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยใช้วัสดุพื้นบ้านที่หาได้ง่ายคือไม้ไผ่และลวด
ขั้นตอนการทำกับดักตามคำบอกของเขาคือ เหลาไม้ไผ่ให้ยาวประมาณหนึ่งเมตร ผูกปลายด้วยเส้นลวดทำเป็นบ่วง แล้วนำไปวางตามเส้นทางที่หนูนาใช้ผ่าน จากนั้นใช้ข้าวสารเป็นเหยื่อล่อ เมื่อหนูนากินข้าวสารแล้วหลงเดินผ่านจะติดกับดักจนแน่นและจับนำไปจำหน่ายได้
"ช่วงเช้าผมช่วยน้องสาวขายปลาที่ตลาดสด แล้วช่วงบ่ายจะมาพักผ่อน แต่ไม่ชอบอยู่เฉย จึงนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาทำกับดักหนูนามาเสริมรายได้"
ผลลัพธ์และมูลค่าทางเศรษฐกิจ
จากการสำรวจและข้อมูลที่ลุงโอ่งให้ไว้ ปกติแล้วเขาวางกับดักไว้หลายจุด รอบพื้นที่ป่าละเมาะและนาใกล้เคียง ในวันหนึ่งที่มาตรวจกับดักที่วางไว้จำนวน 8 หลัง ปรากฏว่าจับหนูนามาได้ 5 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีขนาดแตกต่างกัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 150 บาท ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดของหนูนา
สถิติที่ลุงโอ่งบันทึกไว้จากประสบการณ์ระบุว่าในช่วงหลังเกี่ยวข้าว เมื่อพื้นที่นาโล่งและมีตาซังข้าว บางครั้งเขาสามารถวางกับดักในนาได้มากถึง 30 หลัง และในวันหนึ่ง ๆ อาจจับหนูนาถึง 20 ตัว หรือสูงสุดที่เคยทำได้ถึง 30 ตัว
| รายการ | ตัวเลขจากแหล่งข่าว |
|---|---|
| จำนวนกับดักที่วางในพื้นที่ปกติ | 8 หลัง |
| หนูนาในวันสำรวจ | 5 ตัว |
| ราคาขายต่อหนูนา | เริ่มต้น 150 บาท/ตัว |
| สถิติสูงสุดที่เคยจับได้ | 30 ตัว/วัน |
ความหมายเชิงสังคมและความยั่งยืน
อาชีพแบบนี้สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับครอบครัวโดยไม่ต้องลงทุนมาก สำคัญคือเป็นกิจกรรมที่ทำควบคู่กับงานหลักของผู้ปฏิบัติ เช่นการช่วยขายปลาในเช้าที่ตลาดสด ก่อนจะออกตรวจกับดักในช่วงบ่าย
แม้จะเป็นงานที่เรียบง่าย แต่ก็เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมการเกษตรและวงจรการผลิตอาหารของชุมชน เพราะการจับหนูนาสามารถลดความเสียหายต่อผลผลิต แต่ควรพิจารณาด้านความสมดุลของระบบนิเวศและวิธีการที่ไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อชุมชนโดยรอบ
- เป็นอาชีพเสริมใช้เวลาหลังขายของและช่วงเย็น
- ใช้วัสดุพื้นบ้าน ต้นทุนต่ำ
- สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 บาท ต่อวัน และบางวันถึง 3,000 บาท ตามที่ผู้ประกอบการระบุ
ลุงโอ่งกล่าวทิ้งท้ายว่าหากผู้ใดสนใจวิธีการนี้ สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม และเขาไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด นอกจากมุมมองด้านรายได้ ประสบการณ์เช่นนี้ยังเป็นตัวอย่างของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่และถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในยุคที่การหารายได้จากภาคเกษตรมีความท้าทายมากขึ้น
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในชุมชนยางพัฒนา หรือติดตามบรรยากาศการค้าขายในตลาดสดเทศบาลเมืองอำนาจเจริญเพื่อศึกษาวิธีการและผลตอบแทนจริงต่อไป