พรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ขยายผลการตรวจสอบกรณีทุจริตเลือกตั้ง ส.ส. อำนาจเจริญ เขต 2 ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำวินิจฉัยที่ระบุว่าได้ลงโทษหัวคะแนนที่กระทำการซื้อเสียง ขณะที่ตัวผู้สมัครยังคงรอดจากการถูกลงโทษ
ประเด็นที่พรรคระบุว่าเป็นข้อสงสัย
แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า คำวินิจฉัยของ กกต. (ที่ 19/2567) มีความพิรุธในส่วนที่ตัดตอนความรับผิดชอบของผู้ร่วมกระทำผิด โดยในกรณีดังกล่าว กกต.ระบุว่าพบหัวคะแนนให้เงินซื้อเสียงในอัตรา คนละ 500 บาท แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงหลักฐานไปสู่ผู้สมัคร ส.ส. คนดังกล่าวได้
แหล่งข่าวตั้งคำถามว่า หากหัวคะแนนเป็นผู้ช่วยหาเสียงตามระบบ ผู้สมัครจะต้องแจ้งรายชื่อผู้ช่วยหาเสียงต่อ กกต. ซึ่งในคำวินิจฉัยนั้น หัวคะแนนให้การยอมรับต่อ กกต. ว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 2 รายหนึ่งจริง ขณะที่ผู้สมัครปฏิเสธว่าไม่รู้จักหัวคะแนนดังกล่าว
กรอบเวลาที่ปรากฏในเอกสาร
| เหตุการณ์ | วันที่/เอกสารที่อ้าง |
|---|---|
| การเลือกตั้ง ส.ส. | 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 |
| เหตุการณ์ซื้อเสียงที่ได้รับแจ้ง | 7 เมษายน พ.ศ. 2566 (ตามรายงานที่ กกต.อำนาจเจริญได้รับ) |
| คำวินิจฉัย กกต. | คำวินิจฉัยที่ 19/2567 ลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง |
พรรคขอให้ทนายอั๋นตรวจสอบย้อนหลัง
พรรคภูมิใจไทยระบุว่า การที่ทนายอั๋นประกาศจะลงพื้นที่อำนาจเจริญเพื่อตรวจสอบการทุจริตหลายประเด็นเป็นสิทธิ หากไม่ละเมิดกฎหมายหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่พรรคขอให้โฟกัสการตรวจสอบย้อนกลับไปยังคดีการซื้อเสียงในเขต 2 ของอำนาจเจริญเมื่อปีพ.ศ. 2566 เพื่อคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยของ กกต.
"...แต่พรรคขอให้ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ย้อนไปตรวจสอบขยายผลการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 2 ในปี 2566 ด้วย ตามคำวินิจฉัย กกต.ที่ 19/2567 เพราะคำวินิจฉัยมีข้อพิรุธบางอย่างที่ตัดตอนผู้ร่วมกระทำผิด..."
แหล่งข่าวจากพรรคยังระบุความกังวลว่า การไม่เชื่อมโยงผู้สมัครกับหัวคะแนนที่ให้การยอมรับต่อ กกต. ว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียง อาจทำให้เกิดคำถามต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายการเลือกตั้ง
สิ่งที่ปรากฏในคำวินิจฉัยของ กกต.
ตามข้อความในคำวินิจฉัย กกต.ที่ 19/2567 ซึ่งลงนามโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ขณะดำรงตำแหน่งประธาน กกต. ระบุว่า มีเหตุอันควรสงสัยและปรากฏแก่ กกต. กรณีการจูงใจด้วยทรัพย์สินตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (1) ซึ่งเชื่อมโยงถึงการจัดรถและการให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นการจูงใจให้ลงคะแนน
ประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบและผลกระทบเชิงการเมือง
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจนถึงขณะนี้คือหัวคะแนนถูกลงโทษตามคำวินิจฉัย ขณะที่ผู้สมัครยังรอดการลงโทษ ซึ่งสถานะเช่นนี้อาจนำมาซึ่งคำถามต่อความโปร่งใสของการตรวจสอบและความยุติธรรมในพื้นที่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้งและการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- พรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้ขยายผลการตรวจสอบคดีในพื้นที่อำนาจเจริญ เขต 2
- คำวินิจฉัย กกต. ลงโทษหัวคะแนน แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงหลักฐานไปสู่ผู้สมัครได้
- พรรคเห็นว่ามีข้อสงสัยที่สมควรได้รับการชี้แจงเพื่อคืนความชอบธรรมแก่กระบวนการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ประเด็นดังกล่าวยังต้องติดตามว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งกกต. ฝ่ายสอบสวน และผู้ถูกร้องจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมอย่างไร รวมทั้งจะมีการรื้อคดีหรือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความกระจ่างและความยุติธรรมตามกรอบกฎหมายต่อไป