จังหวัดน่านเดินหน้าบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยยึดแนวทางที่สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศเชิงภูเขาและระบบน้ำไหลเชี่ยว ทีมงานภาครัฐร่วมกับนักวิจัยและชุมชนดำเนินโครงการปรับปรุงพื้นที่แหล่งน้ำ พร้อมนำนวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการชะลอและกักเก็บน้ำในระดับพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำหลากในฤดูฝนและบรรเทาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง
ปัญหาโครงสร้างน้ำของน่าน
จังหวัดน่านมีลักษณะเป็นพื้นที่ภูเขาลาดชัน มีลำน้ำสาขาจำนวนมาก แต่ขาดระบบหน่วงและกักเก็บน้ำในระดับพื้นที่ ส่งผลให้ในฤดูฝนเกิดน้ำหลากและน้ำท่วม ขณะที่ในฤดูแล้งกลับประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจนกระทบต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร เพื่อแก้ไขเชิงระบบมีการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำหลายแห่ง ได้แก่ โครงการลุ่มน้ำห้วยมุ่นและห้วยเมืองหลวงที่ครอบคลุมพื้นที่หลายตำบลของเทศบาลเมืองน่าน รวมพื้นที่ประมาณ 16,000 ไร่
หลักการและข้อดีของฝายแกนดินซีเมนต์
ฝายแกนดินซีเมนต์เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วินัย แก้วละมุล และคณะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โครงสร้างของฝายประกอบด้วยแกนกลางที่เป็นดินผสมซีเมนต์อัดแน่น มีปีกขยายเข้าสู่ตลิ่งทั้งสองข้าง และฐานที่ฝังลึกลงไปในท้องน้ำมากกว่าความลึกปกติถึงประมาณ 2 เท่า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการซึมผ่านของน้ำ
ข้อเด่นที่สำคัญของฝายแกนดินซีเมนต์ ได้แก่
- ช่วยชะลอการไหลของน้ำ ลดความรุนแรงของกระแสน้ำหลาก
- กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งสำหรับอุปโภคและการเกษตร
- ดักตะกอนและวัสดุที่ไหลมากับน้ำ ลดการกัดเซาะตลิ่ง
- ส่งเสริมการเกิดป่าเปียกและระบบนิเวศในพื้นที่น้ำท่วมชั่วคราว
การนำไปใช้และผลการดำเนินงานในพื้นที่
ภาครัฐและภาคประชาสังคมได้ร่วมมือกันก่อสร้างฝายแบบนี้ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด โดยมีทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนรวมมากกว่า 1,500 แห่ง นอกจากการก่อสร้างฝายแล้ว ยังมีการขุดลอกหนองน้ำและปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นโครงการแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำหลากและทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ทั้งนี้มีการพัฒนาและติดตั้งระบบสูบน้ำที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อให้สามารถนำน้ำที่กักไว้ไปใช้เมื่อขาดแคลนในช่วงหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการนำไปใช้ที่ระบุในพื้นที่อำเภอเชียงกลางสะท้อนถึงแนวทางที่ผสมผสานเทคโนโลยีกับภูมิสังคมท้องถิ่น
บทบาทชุมชนและการยั่งยืน
การบริหารจัดการแบบบูรณาการของจังหวัดเน้นการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมทั้งในขั้นตอนออกแบบ การก่อสร้าง และการดูแลรักษาฝายซึ่งเป็นการเพิ่มความยั่งยืนของโครงการ นักวิจัยแนะนำรูปแบบการก่อสร้างและการบำรุงรักษาที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศของแต่ละลุ่มน้ำ เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยตนเองได้ในระยะยาว
ข้อมูลเชิงเทคนิคสรุป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| พื้นที่เป้าหมาย | ประมาณ 16,000 ไร่ (ในลุ่มน้ำที่ส่งลงแม่น้ำน่านผ่านเทศบาลเมือง) |
| จำนวนฝายที่ก่อสร้าง | มากกว่า 1,500 แห่ง (ขนาดเล็ก-กลาง) |
| องค์ประกอบฝาย | แกนดินซีเมนต์อัดแน่น + ปีกตลิ่ง + ฐานฝังลึก ~ 2 เท่า |
ความท้าทายและทิศทางต่อไป
แม้ฝายแกนดินซีเมนต์จะมีศักยภาพในการลดผลกระทบจากน้ำหลากและเพิ่มแหล่งน้ำสำรอง แต่การขยายผลต้องคำนึงถึงการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการบูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานระดับพื้นที่อื่น ๆ เช่น ระบบระบายน้ำของเทศบาล การฟื้นฟูป่า และการจัดการที่ดิน ทั้งนี้การมีส่วนร่วมของชุมชนและการติดตามผลอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมนี้ช่วยสร้างความปลอดภัยด้านน้ำและความมั่นคงทางอาหารให้กับจังหวัดน่านได้จริงในระยะยาว
การนำแนวทางวิจัยไปปรับใช้ในพื้นที่ภูเขาที่มีลักษณะเฉพาะเช่นน่าน จึงไม่เพียงช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นกรณีศึกษาที่อาจนำไปปรับประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต้นน้ำอื่น ๆ ของประเทศที่เผชิญปัญหาเดียวกัน