วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดินทรุดและรอยแยกที่ส่งผลกระทบต่ออาคารภายในโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยใช้โดรนในการสำรวจที่เกิดเหตุเป็นเบื้องต้น
การสั่งการเร่งด่วนและการบริหารจัดการชั่วคราว
จากการตรวจสอบพบว่าดินทรุดกระทบต่ออาคารหลายหลังของโรงเรียน ซึ่งทางจังหวัดได้ออกคำสั่งห้ามเข้า-ใช้อาคารที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อป้องกันอันตรายต่อครูและนักเรียน โดยมีการระบุพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ อาคารอนุบาลสองชั้น โรงอาหาร อาคารสหกรณ์ร้านค้า สระว่ายน้ำ และบริเวณรอบอาคารที่ได้รับผลกระทบ
ในส่วนการจัดการการเรียนการสอน รัฐบาลกลางผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายเป็นเงิน3.9 ล้านบาทให้จังหวัดนำไปก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวและปรับปรุงห้องน้ำบริเวณสนามกีฬาขององค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนชั่วคราว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา90 วัน โดยในช่วงก่อนหน้านี้ครูได้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบแจกใบงานให้เด็กเรียนที่บ้าน (on-hand) จนกว่าจะสิ้นสุดภาคเรียนในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569
การสำรวจและป้องกันความเสี่ยงในภาพรวมจังหวัด
นายเจเศรษฐ์ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน (ปภ.จังหวัดน่าน) และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ดำเนินการ "เอ็กซเรย์" ตรวจสอบจุดเสี่ยงดินสไลด์และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ซ้ำ
นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังประสานกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคเพื่อแก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าตกในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประสานการติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนชั่วคราวและการสื่อสารภายในพื้นที่
- งบประมาณที่จัดสรร: 3.9 ล้านบาท
- ระยะเวลาก่อสร้างอาคารชั่วคราว: คาดแล้วเสร็จภายใน 90 วัน
- คำสั่งห้ามเข้า-ใช้: เริ่มบังคับตั้งแต่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569
ผลกระทบต่อชุมชนการศึกษา
โรงเรียนบ้านดอยติ้วมีบุคลากรและนักเรียนเป็นจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ โดยแหล่งข่าวรายงานว่าปัจจุบันโรงเรียนมีครูประมาณ20 คนและนักเรียนจำนวนประมาณ290 คน การปิดใช้อาคารและการย้ายการเรียนการสอนไปสู่สถานที่ชั่วคราวหรือการแจกใบงานจึงเป็นมาตรการเพื่อไม่ให้การศึกษาหยุดชะงัก แต่ก็เป็นภาระทั้งด้านความพร้อมด้านสถานที่และการเดินทางของผู้ปกครอง
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| พื้นที่เกิดเหตุ | โรงเรียนบ้านดอยติ้ว ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน |
| อาคารที่ได้รับผลกระทบ | อาคารอนุบาล 2 ชั้น, โรงอาหาร, อาคารสหกรณ์ร้านค้า, สระว่ายน้ำ ฯลฯ |
| มาตรการชั่วคราว | สร้างอาคารเรียนชั่วคราว, ปรับปรุงห้องน้ำ, ติดตั้งอินเทอร์เน็ต |
การเคลื่อนที่ของดินและการเกิดรอยแยกในพื้นที่ภูเขา อาจมีสาเหตุจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์และการใช้ที่ดิน ซึ่งการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาและวิศวกรรมวิศวกรรมโยธาจะเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประเมินความเสี่ยงระยะยาวและกำหนดพื้นที่ตั้งโรงเรียนในอนาคต โดยมีการสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมพิจารณาหาที่ตั้งโรงเรียนใหม่ในระยะยาว
สำหรับประชาชนในพื้นที่และผู้ปกครอง ทางจังหวัดได้ขอให้เฝ้าระวังสัญญาณความไม่มั่นคงของพื้นที่ เช่น รอยแตกของพื้นดิน การทรุดตัวของผิวดิน และรายงานให้หน่วยงานท้องถิ่นทราบทันที ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งติดตั้งระบบเตือนภัยและจัดการซ้อมแผนเพื่อป้องกันความสูญเสียหากเกิดเหตุซ้ำ
สถานการณ์นี้เป็นบทพิสูจน์การประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับจังหวัดและหน่วยงานกลางในการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเป็นสัญญาณเตือนให้พื้นที่เสี่ยงของจังหวัดน่านต้องมีการสำรวจและวางแผนรองรับภัยดินถล่มอย่างเป็นระบบมากขึ้น