สิ่งแวดล้อม บ่อเกลือ น่าน (06)

ฝนหนักต่อเนื่องในบ่อเกลือ ดินสไลด์ทับทาง-น้ำกัดคอสะพาน ทำการจราจรเหลือช่องเดียว

ฝนตกต่อเนื่องหลายวันในอำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน ทำให้เกิดดินสไลด์ปิดทับทางหลวงหมายเลข 1081 และน้ำกัดเซาะคอสะพานบนทางหลวง 1333 ส่งผลให้การจราจรผ่านได้เพียงช่องเดียว เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรเร่งเคลียร์และติดตั้งมาตรการเตือนความปลอดภัย

ฝนหนักต่อเนื่องในบ่อเกลือ ดินสไลด์ทับทาง-น้ำกัดคอสะพาน ทำการจราจรเหลือช่องเดียว
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

ฝนตกต่อเนื่องทำเสี่ยงดินสไลด์-กัดเซาะคอสะพาน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 แขวงทางหลวงน่านที่ 2 รายงานสถานการณ์จากอำเภอบ่อเกลือ หลังฝนตกอย่างต่อเนื่องหลายวันจนเกิดผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางหลวงในพื้นที่ ฝนที่ตกสะสมทำให้ดินบนไหลทับผิวการจราจรของถนนสายหลักและบางจุดมีการกัดเซาะคอสะพาน จนทำให้การสัญจรผ่านได้ไม่สะดวก

เหตุการณ์ดินสไลด์เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1081 ตอน หลักลาย–บ่อเกลือ บริเวณ กม.53+075 (พื้นที่บ้านยอดดอย ตอนบ่อเกลือใต้) ส่งผลให้ผิวจราจรถูกดินและเศษดินทับจำนวนมาก ทำให้รถสามารถผ่านได้เพียง 1 ช่องจราจร และการเดินทางมีความล่าช้า เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงได้ระดมเครื่องจักรเข้าเคลียร์พื้นที่และตั้งเป้าจะเปิดการจราจรได้ตามปกติภายในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน

น้ำกัดเซาะคอสะพานบนทางหลวงอีกเส้น

นอกจากดินสไลด์แล้ว ยังมีรายงานการกัดเซาะที่คอสะพานบนทางหลวงหมายเลข 1333 ตอน หลักลาย–ผักเฮือก ที่ กม.36+618 จุดดังกล่าวทำให้การจราจรเปิดได้เพียงช่องทางเดียวเช่นกัน โดยแขวงทางหลวงน่านที่ 2 ได้ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเพื่อควบคุมการสัญจรชั่วคราว

ปริมาณฝนสะสมและความรุนแรง

พื้นที่อำเภอบ่อเกลือมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ปริมาณฝนในหลายจุดเกินกว่า 100 มิลลิเมตร โดยมีการบันทึกค่าระดับฝนสูงสุดที่ 127.6 มิลลิเมตร และข้อมูลจากสถานีหน่วยจัดการต้นน้ำและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขุนน้ำตวง ตำบลภูฟ้า วัดปริมาณฝนสะสมช่วงเดียวกันได้ถึง 134.4 มิลลิเมตร ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ฝนตกหนัก

วันที่ ช่วงพื้นที่ ปริมาณฝนสะสม (มม.)
13–15 ส.ค. 2569 พื้นที่บ่อเกลือ / ขุนน้ำตวง 134.4
ช่วงเดียวกัน พื้นที่บางจุดในอำเภอ 127.6

มาตรการของหน่วยงานและคำเตือนแก่ประชาชน

แขวงทางหลวงน่านที่ 2 ได้ระดมกำลังทั้งคนและเครื่องจักรเข้าเคลียร์ดินสไลด์เพื่อลดอุปสรรคการจราจร พร้อมทั้งติดตั้งป้ายและอุปกรณ์ป้องกันในบริเวณที่คอสะพานถูกกัดเซาะ ส่วนการสัญจรยังคงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ยังเผชิญกับฝนตกหนักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำได้อีก

  • ผู้ใช้เส้นทางควรชะลอความเร็วและปฏิบัติตามป้ายสัญญาณเตือน
  • หลีกเลี่ยงการแวะจอดในจุดที่มีความเสี่ยงดินสไลด์หรือใกล้คอสะพาน
  • ติดตามประกาศจากแขวงทางหลวงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อชุมชนและความเสี่ยงระยะถัดไป

ฝนตกหนักและการกัดเซาะดินไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการสัญจร แต่ยังมีผลต่อการเข้าถึงบริการพื้นฐานของชุมชน เช่น การขนส่งสินค้าและการเข้าถึงสถานพยาบาลในบางพื้นที่ หากปริมาณฝนยังคงสูงต่อเนื่อง อาจเกิดการพังทลายของไหล่ทางเพิ่มเติมหรือการตัดขาดเส้นทางได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและความปลอดภัยของประชาชน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังแนะนำให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น หากมีความจำเป็นต้องเดินทางในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ควรเตรียมแผนสำรองและควรหลีกเลี่ยงการสัญจรในช่วงที่ฝนตกหนัก

สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือรายงานความเสียหายเพิ่มเติม ประชาชนสามารถติดต่อสำนักงานแขวงทางหลวงน่านที่ 2 หรือหน่วยงานปกครองท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือ

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

06น่าน

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น น่าน ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว