ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหาจราจรและความปลอดภัย
วันนี้ (29 สิงหาคม พ.ศ.2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านการเดินทางและความปลอดภัยทางถนนจากประชาชน ผู้นำชุมชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้นหลังรับแจ้งข้อมูลว่ามีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบนเส้นทางสายรองและทางเชื่อมชุมชนหลายจุด โดยสาเหตุหลักมาจากถนนที่มีความกว้างจำกัดประมาณ 7 เมตร ไม่มีไหล่ทาง ทางโค้งอันตราย ทัศนวิสัยไม่ชัดเจน และสะพานแคบที่เป็นลักษณะ คอขวด ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
มาตรการเร่งด่วนและแผนระยะยาว
ระหว่างการรับฟังข้อร้องเรียน รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทแยกแนวทางการปฏิบัติออกเป็น 2 ระยะชัดเจน ได้แก่ ระยะเร่งด่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และแผนระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
- มาตรการระยะเร่งด่วน เช่น การปรับปรุงป้ายเตือน ติดตั้งไฟส่องสว่าง ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ตีเส้นจราจรให้ชัดเจน และการตัดแต่งต้นไม้เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในจุดเสี่ยง
- มาตรการระยะยาว ได้แก่ การสำรวจและพิจารณาขยายไหล่ทาง ปรับแนวโค้ง และขยายสะพานที่เป็นคอขวด ซึ่งอาจต้องจัดสรรงบประมาณและใช้เวลาในการดำเนินการ
"เป็นมาตรการป้องกันความสูญเสียที่ต้องทำทันทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัติโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่"
นอกจากการแก้ปัญหาจุดเสี่ยงโดยตรง กระทรวงคมนาคมยังติดตามการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดตรังทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเกษตรและการท่องเที่ยว โดยให้ความสำคัญกับทางหลวงหมายเลข 419 (วงแหวนรอบเมืองตรัง) และทางหลวงหมายเลข 4267 สายห้วยนาง–หนองบัว ซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอห้วยยอดกับอำเภอรัษฎา ที่กำลังประสบปัญหาการคับคั่งจากการขยายตัวของชุมชน
แนวทางการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการบิน
ในส่วนของระบบขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคมแจ้งว่ากำลังศึกษาแนวทางพัฒนาท่าอากาศยานตรัง โดยมีเป้าหมายให้รันเวย์มีความยาวใกล้เคียง 3,000 เมตร เพื่อรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้น ลดข้อจำกัดด้านการบิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเชื่อมโยงเที่ยวบินตรงต่างประเทศในอนาคต
| ประเด็น | แนวทางที่เสนอ |
|---|---|
| จุดเสี่ยง/คอขวด | ขยายไหล่ทาง ปรับขยายสะพาน เลี่ยงการขยายถนนตลอดสายเมื่อไม่จำเป็น |
| การป้องกันระยะสั้น | ติดตั้งไฟส่องสว่าง ป้ายเตือน ตีเส้นจราจร ตัดแต่งกิ่งไม้ |
| โครงข่ายภาพรวม | เร่งปรับปรุงทางหลวงสายหลัก รองรับการขนส่งสินค้าเกษตรและการท่องเที่ยว |
บทบาทของท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาชน
การดำเนินงานจะเป็นการบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส. ตัวแทนท้องที่ และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้ว่าราชการจังหวัดตรังว่าจะร่วมผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
แม้การปรับปรุงเชิงโครงสร้างหลายจุดอาจต้องใช้เวลาและงบประมาณ แต่แนวทางที่เน้นการแก้ไขเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูงและการดำเนินมาตรการป้องกันระยะสั้นจะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนในพื้นที่ยังคงติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับปากไว้
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมระบุว่าจะลงติดตามผลการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้มาตรการที่วางแผนไว้บรรลุผลและช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงข่ายคมนาคมของจังหวัด