ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสภาพการจำหน่ายอาหารสดที่ ตลาดสดเทศบาลนครตรัง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่าราคาสินค้าจำเป็นอย่างเนื้อหมูและไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องก่อนเทศกาลสารทจีนซึ่งตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องปรับวิธีการบริหารสต็อกสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน
แรงกดดันจากต้นทางดันราคาขึ้น
พ่อค้าในตลาดให้ข้อมูลตรงกันว่าเหตุผลหลักมาจากราคาหมูหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นเป็นจังหวะครั้งละเล็กครั้งละน้อย ส่งผลต่อราคาขายปลีกในตลาดสด ตลอดจนปัจจัยด้านอุปทานจากแหล่งผลิตหลักของไข่ไก่ที่มาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ทำให้ราคาปรับขึ้นตามกลไกตลาด
"หมูหน้าฟาร์มปรับขึ้นครั้งละ 2–4 บาท/กก. บรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างซบเซา แต่เราต้องเน้นสั่งของตามออเดอร์ลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยง"
คำกล่าวจากพ่อค้าเนื้อหมูสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในแนวปฏิบัติการสั่งสินค้า ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของความต้องการในช่วงเทศกาล
สรุปราคาสินค้าที่สำรวจ
| สินค้า | ราคาขาย (บาท/กก. หรือหน่วย) |
|---|---|
| หมูสามชั้น / กระดูกอ่อน | 180–190 บาท/กก. |
| หมูเนื้อแดง | 150–160 บาท/กก. |
| ซี่โครงหมู | 140 บาท/กก. |
| หมูบด | 130 บาท/กก. |
| ไข่ไก่ | ปรับขึ้นแผงละ 5–6 บาท (ขึ้นฟองละ 0.10–0.20 บาทโดยประมาณ) |
| ไข่นกกระทา | 120 บาท/100 ฟอง (ไม่เปลี่ยนแปลง) |
ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าแจ้งกับผู้สื่อข่าว ณ จุดจำหน่าย และสะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
พฤติกรรมผู้ขายและผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
พ่อค้าแม่ค้าระบุว่าการเปลี่ยนไปสั่งสินค้าตามออเดอร์เป็นมาตรการหลักเพื่อคุมสต็อกและลดต้นทุนเงินทุน เนื่องจากหากสต็อกคงค้างในภาวะราคาขาขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนเลือกปรับเมนูหรือมองหาสินค้าทดแทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนที่หลายครัวเรือนรอรับเงินเดือนหรือใช้สิทธิ์โครงการช่วยเหลือต่าง ๆ
แม่ค้าขายไข่ไก่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่า แม้ราคาไข่จะขยับขึ้น แต่ร้านยังพอขายได้เพราะมีลูกค้าประจำที่ไว้วางใจในคุณภาพและความสดของสินค้า ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านยอดขายเมื่อเทียบกับร้านที่พึ่งลูกค้ารายวัน
บทบาทโครงการรัฐและการวางแผนการใช้จ่าย
จากการสอบถามพบว่าการใช้จ่ายผ่านโครงการรัฐที่มีมาตรการร่วมจ่าย เช่น โครงการที่รัฐสนับสนุนบางส่วน ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์คึกคักในช่วงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ราคาสินค้าในตลาดปรับตัวขึ้น การรวมตัวของสองปัจจัยนี้สะท้อนถึงความจำเป็นที่ครัวเรือนต้องวางแผนงบประมาณอย่างรัดกุม
- พ่อค้าแม่ค้าเน้นสั่งตามออเดอร์เพื่อลดต้นทุนสต็อก
- ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมซื้อ ลดปริมาณหรือเปลี่ยนสินค้า
- โครงการรัฐช่วยบรรเทาค่าครองชีพในช่วงปลายเดือน แต่กระจายผลไม่ทั่วถึง
สถานการณ์ราคาสินค้าในตรังช่วงก่อนเทศกาลสารทจีนแสดงให้เห็นการปรับตัวทั้งฝั่งอุปทานและอุปสงค์ ผู้บริโภคและผู้ค้าต่างต้องขยับแผนการใช้จ่ายและการบริหารสต็อกให้สอดรับกับสภาวะตลาดที่แปรผัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางการเงินในระดับครัวเรือนและรายย่อยของธุรกิจอาหารสดในพื้นที่
ทีมข่าวจะติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและผลกระทบต่อตลาดท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนครัวเรือนและการบริหารจัดการของผู้ประกอบการในพื้นที่