เศรษฐกิจ เทศบาลนครตรัง ตรัง (76)

ตรังเผชิญราคาหมู-ไข่ไก่พุ่งก่อนสารทจีน พ่อค้าเน้นรับออเดอร์ลดความเสี่ยง

การสำรวจราคาที่ตลาดสดเทศบาลนครตรังพบว่าเนื้อหมูและไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนผู้ค้าต้องเปลี่ยนกลยุทธ์สั่งสินค้าตามคำสั่งซื้อเพื่อลดภาระเงินทุน ขณะที่ผู้บริโภคกังวลค่าครองชีพช่วงปลายเดือนและเทศกาล

ตรังเผชิญราคาหมู-ไข่ไก่พุ่งก่อนสารทจีน พ่อค้าเน้นรับออเดอร์ลดความเสี่ยง
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสภาพการจำหน่ายอาหารสดที่ ตลาดสดเทศบาลนครตรัง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่าราคาสินค้าจำเป็นอย่างเนื้อหมูและไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องก่อนเทศกาลสารทจีนซึ่งตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องปรับวิธีการบริหารสต็อกสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน

แรงกดดันจากต้นทางดันราคาขึ้น

พ่อค้าในตลาดให้ข้อมูลตรงกันว่าเหตุผลหลักมาจากราคาหมูหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นเป็นจังหวะครั้งละเล็กครั้งละน้อย ส่งผลต่อราคาขายปลีกในตลาดสด ตลอดจนปัจจัยด้านอุปทานจากแหล่งผลิตหลักของไข่ไก่ที่มาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ทำให้ราคาปรับขึ้นตามกลไกตลาด

"หมูหน้าฟาร์มปรับขึ้นครั้งละ 2–4 บาท/กก. บรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างซบเซา แต่เราต้องเน้นสั่งของตามออเดอร์ลูกค้าเพื่อลดความเสี่ยง"

คำกล่าวจากพ่อค้าเนื้อหมูสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในแนวปฏิบัติการสั่งสินค้า ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของความต้องการในช่วงเทศกาล

สรุปราคาสินค้าที่สำรวจ

สินค้า ราคาขาย (บาท/กก. หรือหน่วย)
หมูสามชั้น / กระดูกอ่อน 180–190 บาท/กก.
หมูเนื้อแดง 150–160 บาท/กก.
ซี่โครงหมู 140 บาท/กก.
หมูบด 130 บาท/กก.
ไข่ไก่ ปรับขึ้นแผงละ 5–6 บาท (ขึ้นฟองละ 0.10–0.20 บาทโดยประมาณ)
ไข่นกกระทา 120 บาท/100 ฟอง (ไม่เปลี่ยนแปลง)

ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าแจ้งกับผู้สื่อข่าว ณ จุดจำหน่าย และสะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภคทั่วไป

พฤติกรรมผู้ขายและผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

พ่อค้าแม่ค้าระบุว่าการเปลี่ยนไปสั่งสินค้าตามออเดอร์เป็นมาตรการหลักเพื่อคุมสต็อกและลดต้นทุนเงินทุน เนื่องจากหากสต็อกคงค้างในภาวะราคาขาขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนเลือกปรับเมนูหรือมองหาสินค้าทดแทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนที่หลายครัวเรือนรอรับเงินเดือนหรือใช้สิทธิ์โครงการช่วยเหลือต่าง ๆ

แม่ค้าขายไข่ไก่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่า แม้ราคาไข่จะขยับขึ้น แต่ร้านยังพอขายได้เพราะมีลูกค้าประจำที่ไว้วางใจในคุณภาพและความสดของสินค้า ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านยอดขายเมื่อเทียบกับร้านที่พึ่งลูกค้ารายวัน

บทบาทโครงการรัฐและการวางแผนการใช้จ่าย

จากการสอบถามพบว่าการใช้จ่ายผ่านโครงการรัฐที่มีมาตรการร่วมจ่าย เช่น โครงการที่รัฐสนับสนุนบางส่วน ทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์คึกคักในช่วงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ราคาสินค้าในตลาดปรับตัวขึ้น การรวมตัวของสองปัจจัยนี้สะท้อนถึงความจำเป็นที่ครัวเรือนต้องวางแผนงบประมาณอย่างรัดกุม

  • พ่อค้าแม่ค้าเน้นสั่งตามออเดอร์เพื่อลดต้นทุนสต็อก
  • ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมซื้อ ลดปริมาณหรือเปลี่ยนสินค้า
  • โครงการรัฐช่วยบรรเทาค่าครองชีพในช่วงปลายเดือน แต่กระจายผลไม่ทั่วถึง

สถานการณ์ราคาสินค้าในตรังช่วงก่อนเทศกาลสารทจีนแสดงให้เห็นการปรับตัวทั้งฝั่งอุปทานและอุปสงค์ ผู้บริโภคและผู้ค้าต่างต้องขยับแผนการใช้จ่ายและการบริหารสต็อกให้สอดรับกับสภาวะตลาดที่แปรผัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางการเงินในระดับครัวเรือนและรายย่อยของธุรกิจอาหารสดในพื้นที่

ทีมข่าวจะติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและผลกระทบต่อตลาดท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนครัวเรือนและการบริหารจัดการของผู้ประกอบการในพื้นที่

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

76ตรัง

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ตรัง ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว