ชาวบ้านในเขตลุ่มแม่น้ำไคของเมืองญาตรังและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดคั้ญฮวา รายงานว่าเกิดน้ำท่วมฉับพลันในที่พักอาศัยและนา ขณะที่สภาพอากาศแจ่มใส ไม่มีฝนตก ซึ่งชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเขื่อนกั้น น้ำเค็มซึ่งใช้งบประมาณกว่า 760,000 ล้านดอง เริ่มส่งมอบและเปิดใช้งานเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2569
ชาวบ้านตกใจ น้ำท่วมแม้ไม่ฝน
ผู้ได้รับผลกระทบหลายคนบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างผิดปกติเมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ผ่านมา นายโฮอัง ผู้พักอาศัยในเขตเตย์ญาจาง เล่าถึงบริเวณที่อยู่ติดแม่น้ำว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 รอบบ้านถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 5 เซนติเมตร ทั้งๆ ที่ท้องฟ้าแจ่มใส เขากล่าวว่าเขาอยู่ที่นั่นมาแล้ว 15 ปีและโดยทั่วไปจะเจอน้ำท่วมเฉพาะในช่วงฝนตกหนักหรือเมื่อมีน้ำหลากจากต้นน้ำเท่านั้น
"เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม บริเวณรอบๆ บ้านใกล้ริมฝั่งแม่น้ำถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 5 เซนติเมตร...การที่บ้านของผมถูกน้ำท่วมในวันที่อากาศแจ่มใสทำให้ผมกังวลใจ" — นายโฮอัง
ในรายงานเดียวกัน นายซอน ซึ่งอาศัยในเขตบักญาตรัง ระบุว่านาข้าวริมน้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงข้าวใกล้เก็บเกี่ยว น้ำท่วมสูงถึงยอดต้นข้าว แม้ไม่มีฝนหรือการประกาศปล่อยน้ำ ทำให้ชาวบ้านต้องรีบเก็บเกี่ยวก่อนที่ข้าวจะเน่าเสีย
"ปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2569...น้ำท่วมสูงถึงยอดต้นข้าว ทั้งๆ ที่ไม่มีฝนตกและไม่มีการประกาศปล่อยน้ำ...ครอบครัวของผมต้องเก็บเกี่ยวข้าวท่ามกลางระดับน้ำที่สูงกว่าเข่า" — นายซอน
ช่วงเวลาที่ระดับน้ำผิดปกติและพื้นที่ได้รับผล
ตามคำบอกเล่าจากชาวบ้าน ระดับน้ำสูงสุดเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 10 ตุลาคม โดยน้ำท่วมขังครอบคลุมพื้นที่นาอย่างกว้างขวาง บางแปลงน้ำสูงเกือบถึงยอดต้นข้าว แม้ในบางพื้นที่ข้าวยังไม่สุกเต็มที่แต่ชาวบ้านต้องรีบเก็บเกี่ยวเพื่อป้องกันการสูญเสีย
- บริเวณได้รับผลกระทบ: เขตบักญาตรัง และเตย์ญาตรัง ของเมืองญาตรัง
- ช่วงเวลาน้ำสูงสุด: 30 ก.ย. – 10 ต.ค. พ.ศ. 2569
- สาเหตุที่ชาวบ้านเชื่อมโยง: การเริ่มใช้งานเขื่อนกั้นน้ำเค็มบนแม่น้ำไค
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเขื่อน
เขื่อนกั้นน้ำเค็มบนแม่น้ำไคซึ่งถูกกล่าวถึงในรายงานเริ่มส่งมอบให้หน่วยงานผู้ดำเนินการในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 โดยมีงบประมาณการก่อสร้างประมาณ 760,000 ล้านดอง โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการรุกของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำ แต่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าการปฏิบัติงานของเขื่อนอาจเปลี่ยนสภาพการไหลของน้ำและระดับน้ำในช่วงน้ำขึ้น-น้ำลง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการระบายและการสะสมน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ
| ประเด็น | รายละเอียดที่รายงาน |
|---|---|
| งบประมาณโครงการ | 760,000 ล้านดอง |
| วันที่ส่งมอบ | เมษายน พ.ศ. 2569 |
| ช่วงน้ำท่วมผิดปกติ | 30 ก.ย. – 10 ต.ค. พ.ศ. 2569 |
ผลกระทบต่อชุมชนและการดำรงชีพ
ผลกระทบที่ปรากฏชัดคือบ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังและนาข้าวได้รับความเสียหายในช่วงเวลาที่ควรจะเป็นการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านต้องปรับวิธีการเก็บเกี่ยวและรับความเสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต นอกจากนี้ยังมีผลต่อการคมนาคมในพื้นที่ริมตลิ่งและความกังวลต่อความเสถียรของที่อยู่อาศัยในระยะยาว
จนถึงเวลานี้ รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่าชาวบ้านกำลังสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ดำเนินงานโครงการเพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการจัดการการระบายและการควบคุมระดับน้ำ แต่ยังไม่มีคำอธิบายเชิงเทคนิคจากหน่วยงานในรายงานฉบับนี้
ข้อสังเกตและคำแนะนำเชิงสิ่งแวดล้อม
กรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมหลังการก่อสร้างโครงการชลประทานหรือเขื่อน โดยเฉพาะเมื่อโครงการมีผลต่อการไหลของน้ำและการสะสมของน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ หน่วยงานที่วางโครงการควรเปิดเผยข้อมูลการออกแบบการระบายน้ำ ตารางการปิด–เปิดประตูระบายน้ำ และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ชุมชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเตรียมมาตรการลดผลกระทบ
ในระยะสั้น ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบควรบันทึกภาพและเวลาที่เกิดเหตุ แจ้งต่อหน่วยงานท้องถิ่น และร่วมกันเรียกร้องการตรวจสอบจากผู้รับผิดชอบโครงการเพื่อหาทางออกร่วมกัน
ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้า การชี้แจงจากผู้ดำเนินงานโครงการ และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนต่อสาธารณะต่อไป