วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยสามารถยึดของกลางเป็น ยาบ้า 290,000 เม็ด และ เคตามีนประมาณ 8 กิโลกรัม ก่อนขยายผลตรวจยึดยาบ้าเพิ่มเติมอีก 500,000 เม็ด ส่งผลให้การจับกุมครั้งนี้เป็นคดีที่มีปริมาณยาเสพติดจำนวนมากและอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
การจับกุมและวิธีการล่อซื้อ
การปฏิบัติการครั้งนี้สั่งการโดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม และนำกำลังโดยชุดจับกุมของ กก.6 บก.ป. ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัว นายอนุรักษ์ หูเขียว อายุ 41 ปี ขณะมารับพัสดุที่อู่ซ่อมรถในตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”
การล่อซื้อเริ่มจากการสืบสวนทราบว่าจะมีการส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งเอกชนจากภาคเหนือมายังอำเภอปะเหลียน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวน 3 กล่องจากบริษัทขนส่งดังกล่าว จากนั้นจึงวางแผนล่อจับโดยแฝงตัวเป็นพนักงานส่งพัสดุ และนัดรับพัสดุที่อู่ซ่อมรถตามที่ผู้ต้องการระบุ
ของกลางที่ตรวจยึดได้
เมื่อเข้าตรวจสอบกล่องพัสดุเจ้าหน้าที่พบว่ายาเสพติดซุกซ่อนอยู่ และสามารถตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ รวมทั้งของกลางเพิ่มเติมหลังการขยายผลตรวจสอบที่บริษัทขนส่งบนถนนตรัง-พัทลุง ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองตรัง
- ยาบ้า จำนวน 290,000 เม็ด (ภายใน 2 กล่องที่อู่ซ่อมรถ)
- เคตามีน จำนวนประมาณ 8 กิโลกรัม (บรรจุในถุงชาจีน 8 ถุง)
- ยาบ้าเพิ่มเติม พบอีก 500,000 เม็ด ที่บริษัทขนส่งในอำเภอเมืองตรัง
| รายการ | จำนวน/หน่วย |
|---|---|
| ยาบ้า (ชุดแรก) | 290,000 เม็ด |
| เคตามีน | ประมาณ 8 กิโลกรัม |
| ยาบ้า (ขยายผล) | 500,000 เม็ด |
ขั้นตอนทางคดีและการสืบสวนขยายผล
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวนายอนุรักษ์พร้อมของกลางส่งสอบปากคำและส่งตัวให้กับสถานีตำรวจภูธรบ้านหนองเอื้องและสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 โดยเพื่อการค้า
เจ้าหน้าที่ระบุว่าเหตุการณ์นี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามผู้ร่วมขบวนการ โดยเฉพาะคนขับรถเก๋งมิตซูบิชิสีดำซึ่งขับหลบหนีขณะเกิดเหตุ รวมทั้งสืบสวนหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และพื้นที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการส่งพัสดุ
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางป้องกัน
การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตรังเป็นสัญญาณว่าขบวนการลักลอบใช้บริการขนส่งพัสดุเป็นช่องทางกระจายยาเสพติด ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์ของพื้นที่ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานขนส่งเอกชน สถานีตำรวจท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการใช้พัสดุเป็นช่องทางสำหรับการลำเลียงสารเสพติด
ในชั้นการสืบสวนต่อไปเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน พยานหลักฐานเชื่อมโยง และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการจัดส่ง เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย
เหตุการณ์นี้ยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนของกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยเพื่อร่วมกันป้องกันยาเสพติดในชุมชน