เจ้าหน้าที่ระดมกำลังตรวจสอบ บริเวณสะพานลอยบ้านปาลัส
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 รายงานประสานขอการสนับสนุนจากชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 เพื่อเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่พบวางอยู่บนสะพานลอย ภายในพื้นที่บ้านปาลัส หมู่ 1 ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างพื้นที่ปาลัสและปะนาเระ
ก่อนเข้าพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้จัดการประชุมสรุปยุทธวิธีและวางมาตรการป้องกันความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อปกป้องทั้งกำลังปฏิบัติและประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว
ผลการตรวจพิสูจน์และการทำลายตามยุทธวิธี
ชุด EOD ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยและดำเนินการยิงทำลายตามขั้นตอนทางยุทธวิธี ผลการตรวจสอบเศษซากหลังการทำลายพบว่า เป็นกล่องเหล็กขนาดประมาณ 14 × 5 × 2 เซนติเมตร ภายในบรรจุเชื้อปะทุและลูกบอลแบริ่งขนาด 8 มิลลิเมตร แต่ไม่พบแผงวงจรหรืออุปกรณ์จุดระเบิดซึ่งจำเป็นต่อการให้วัตถุทำงานได้จริง
| ลักษณะ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งพบ | สะพานลอย บ้านปาลัส หมู่ 1 ต.ควน อ.ปะนาเระ |
| ขนาดกล่อง | ประมาณ 14 × 5 × 2 เซนติเมตร |
| สิ่งภายใน | เชื้อปะทุ และลูกบอลแบริ่ง ขนาด 8 มม. |
| ระบบจุดระเบิด | ไม่พบ |
ข้อสังเกตเชิงยุทธวิธีและการประเมินสถานการณ์
จากสภาพการประกอบชิ้นส่วนซากวัตถุและช่องว่างของระบบทำงาน เบื้องต้นหน่วยความมั่นคงประเมินว่า ผู้ลงมืออาจตั้งใจวางวัตถุดังกล่าวเพื่อเป็นการก่อกวน สร้างความไม่สงบ หรือใช้เป็นเครื่องมือสังเกตพฤติกรรมการเข้าออกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ มากกว่าการวางระเบิดจริงที่ทำงานได้
หลังการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดและเคลียร์พื้นที่จนมีความปลอดภัยในระดับร้อยละ 100 และได้เปิดให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางดังกล่าวได้ตามปกติ
มาตรการความปลอดภัยและคำแนะนำต่อประชาชน
เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีมาตรการเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะจุดที่มีการสัญจรหนาแน่น เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้เมื่อต้องพบวัตุต้องสงสัย:
- ห้ามสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายวัตถุที่ไม่คุ้นเคย
- แจ้งหน่วยงานความมั่นคงหรือเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ที่สุดทันที
- รักษาระยะปลอดภัยและไม่เข้าใกล้บริเวณที่สงสัย
ผลกระทบต่อการสัญจรและความเชื่อมั่นของชุมชน
การพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่สาธารณะแม้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายด้านทรัพย์สินและชีวิต แต่ส่งผลต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยของชุมชนในพื้นที่รอยต่อ เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดนยังคงเพิ่มการลาดตระเวนและตรวจตราในพื้นที่เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อใช้เป็นข้อมูลทางสืบสวนและดำเนินการต่อไป หากมีการพบเบาะแสเพิ่มเติมจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะตามขั้นตอนที่เหมาะสม
ข่าวจากการปฏิบัติภาคสนามระบุว่า สถานการณ์ถูกควบคุมเรียบร้อยและผู้ใช้เส้นทางสามารถสัญจรได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนให้เฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์แก่การสอบสวน