ศาลจังหวัดปัตตานีได้สืบพยานในคดีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการออกเสียงประชามติจำลองระหว่างการเสวนาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เสร็จสิ้นแล้ว และกำหนดให้พิจารณาตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการตามร่างกฎหมายใหม่เป็นสำคัญ โดยนัดฟังผลในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น.
กรอบคดีและจำเลย
คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นนักกิจกรรมและนักศึกษาจำนวนห้าคน ได้แก่ อิรฟาน อูมาน, สารีฟ สะแลมัน, ฮุซเซ็น บือแน, อาเต็ฟ โซ๊ะโก และ ฮากิม พงตีกอ เหตุที่นำสู่การดำเนินคดีเกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในงานเสวนาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ซึ่งนอกจากการปาฐกถาและการเสวนาแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมการออกเสียงเชิงสาธิตหรือประชามติจำลองด้วย
“สิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง (Right to Self Determination) กับสันติภาพปาตานี”
เจ้าหน้าที่รัฐได้มีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานีและอัยการภาค 9 มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
ข้อกล่าวหาและกระบวนการสืบพยาน
ข้อกล่าวหาที่โจทก์ระบุรวมถึงการยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรตามมาตรา 210 โดยจำเลยรายหนึ่งคือ อิรฟาน อูมาน ยังเผชิญข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ด้วย
กระบวนการสืบพยานโจทก์ได้ดำเนินไประหว่างวันที่ 7-10 และ 14-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยอัยการนำพยานขึ้นเบิกความรวมทั้งสิ้น 12 ปาก ขณะที่ฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าเบิกความเป็นจำนวน 7 ปาก ในวันที่ 18-19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ก่อนที่การสืบพยานทั้งสิ้นจะแล้วเสร็จ
ผลกระทบจากร่างกฎหมายใหม่
ระหว่างการพิจารณา ศาลเห็นว่าลักษณะข้อกล่าวหาที่โจทก์ยื่นฟ้องเข้าข่ายตามร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งตามที่ฝ่ายจำเลยชี้แจง ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 และขณะนั้นอยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
ตามร่างกฎหมาย หากคณะกรรมการที่กฎหมายตั้งขึ้นพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางการเมือง กฎหมายนี้จะเปิดช่องให้มีการถอนฟ้องในคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหรือออกหมายปล่อยหากมีการพิพากษาไปแล้ว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีผลต่อกระบวนการยุติธรรมของคดี จึงพักการพิจารณาไว้ชั่วคราวเพื่อรอฟังผลการพิจารณาจากคณะกรรมการดังกล่าว
การนัดฟังผลและขั้นตอนต่อไป
ศาลจึงนัดให้จำเลยทั้งห้านำผลการพิจารณาที่คณะกรรมการจะมีมาชี้แจงต่อศาลในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ขณะเดียวกันศาลจะกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาหรือการพิจารณาคดีต่อไปหลังจากรับทราบผลดังกล่าว
- ผู้ถูกฟ้อง: อิรฟาน อูมาน, สารีฟ สะแลมัน, ฮุซเซ็น บือแน, อาเต็ฟ โซ๊ะโก, ฮากิม พงตีกอ
- ข้อหาเด่น: มาตรา 116, มาตรา 210, พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) (เฉพาะอิรฟาน)
- จังหวะการพิจารณา: สืบพยานโจทก์ 12 ปาก, ฝ่ายจำเลย 7 ปาก เสร็จสิ้นในวันที่ 18-19 ส.ค. พ.ศ. 2569
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิดเหตุ | 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566 |
| คำสั่งฟ้อง | 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 |
| การสืบพยานจำเลย | 18-19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| นัดฟังผล | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 |
มุมมองทางกฎหมายและสังคม
กรณีนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างการใช้บทบัญญัติอาญาและกรอบกฎหมายใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเรื่องการแสดงออกทางการเมืองในบริบทของพื้นที่ชายแดนใต้ การรอการตัดสินใจจากคณะกรรมการตามร่าง พ.ร.บ. ทำให้กระบวนการยุติธรรมต้องเผชิญกับคำถามเรื่องความชัดเจนของเกณฑ์และผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา
ในอีกด้าน การพักคดีเพื่อรอดูผลการพิจารณาตามร่างกฎหมายถือเป็นหนทางที่ศาลเลือกนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงของการวินิจฉัยที่อาจขัดหรือซ้ำซ้อนกับกลไกใหม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นการตีความคำว่า "การแสดงออกทางการเมือง" และการกำหนดขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการตามกฎหมายยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดจากประชาชนและหน่วยงานสิทธิมนุษยชน
ศาลจะนัดให้จำเลยทั้งห้าแจ้งผลการพิจารณาต่อศาลในการนัดครั้งหน้า ก่อนจะกำหนดวันฟังคำพิพากษาต่อไป