เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 19.05 น. เกิดเหตุโจรกรรมเชิงก่อกวนรูปแบบลอบวางเพลิงยานพาหนะขนาดใหญ่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี โดยผู้ก่อเหตุหลบหนีไปขณะเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชนเข้าควบคุมสถานการณ์
การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้นำท้องถิ่น
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจพันทหารราบที่ 2 ประสานกับกำนันและผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อระดมกำลังควบคุมเพลิงและป้องกันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ มีการปิดกั้นบริเวณโดยรอบเพื่อให้ชุดตรวจพิสูจน์หลักฐานสามารถเข้าตรวจสอบได้อย่างปลอดภัย และป้องกันการรบกวนต่อการเก็บพยานหลักฐาน
สถานการณ์ผู้ก่อเหตุและพยานเบื้องต้น
จากการสอบสวนชั้นต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีจำนวนโดยประมาณ สี่คน เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์สองคัน ก่อนลงมือเผารถแบ็คโฮแล้วหลบหนีไปทางตำบลคลองใหม่ของอำเภอยะรัง โดยตามข้อมูลเริ่มแรกพบว่ามีอาวุธปืนยาวจำนวนหนึ่งถูกพกพามากับผู้ก่อเหตุ ขณะที่สภาพความเสียหายของรถแบ็คโฮอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด
การสอบสวนและการป้องกันต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
คำแนะนำต่อประชาชน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือให้ชาวบ้านหลีกเลี่ยงบริเวณที่เกิดเหตุจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น และติดตามประกาศจากทางราชการเป็นหลัก หากพบบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัย ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเข้าใกล้ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
"อย่าเข้าใกล้ อย่าแตะต้อง และอย่าดำเนินการด้วยตนเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือสายด่วน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง"
- เวลาเกิดเหตุ: ประมาณ 19.05 น. วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569
- สถานที่เกิดเหตุ: หมู่ 3 ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
- ลักษณะผู้ก่อเหตุ: ประมาณ 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน มีอาวุธปืนยาวบางส่วน
| หัวข้อ | ข้อมูลเบื้องต้น |
|---|---|
| ยานพาหนะถูกเผา | รถแบ็คโฮ (กำลังตรวจสอบความเสียหาย) |
| ผู้ได้รับบาดเจ็บ/เสียชีวิต | ยังไม่มีรายงาน |
| สายด่วนที่แจ้งเหตุ | กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 |
เหตุการณ์ลอบวางเพลิงยานพาหนะเพื่อก่อกวนเช่นนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของชุมชน ทั้งในด้านความปลอดภัยของประชาชนและการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ใช้เครื่องจักรหนักในพื้นที่ หลักฐานจากเหตุการณ์จะเป็นกุญแจสำคัญในการติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งรัดการสืบสวนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและจับกุมผู้เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับประชาชนในพื้นที่ หากมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือยานพาหนะที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องที่หรือใช้สายด่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 ซึ่งเปิดรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวนี้จะติดตามความคืบหน้าเรื่องการตรวจพิสูจน์หลักฐาน รวบรวมพยานและการติดตามผู้ต้องสงสัยเพื่อนำมารายงานให้ประชาชนทราบอีกครั้ง